สื่อนอก แนะ รัฐบาลไทยควรออกกฎควบคุม NGO รับเงินต่างชาติ ชี้ สหรัฐเจาะตลาดคนหนุ่มสาวตีเมืองขึ้นอาเซียน

สหรัฐจัดโครงการ YSEALI ระดมคนหนุ่มสาวเข้ารับการอบรมแล้วตั้งกลุ่ม NGO เพื่อตีเมืองขึ้นแบบเงียบเชียบ รับใช้ผลประโยชน์สหรัฐและบรรษัทเงินทุนใหญ่ แนะรัฐบาลไทยและอาเซียนออกกฎควบคุมเอ็นจีโอรับเงินต่างชาติ ยกตัวอย่างหนุน“การปฏิวัติร่ม”ในฮ่องกงและหนุนเมียนมาร์ ให้ต่างชาติทำช่องทางเดียวผ่านการทูตไม่ใช่โครงการแบบ YSEALI

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2016 โจเซฟ ธอมัส หัวหน้ากองบรรณาธิการ The New Atlas ประจำอยู่กรุงเทพฯเขียนบทความลงในนิตยสารออนไลน์  New Eastern Outlook หัวข้อโครงการคนหนุ่มสาวริเริ่มการเป็นผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การมาอย่างเงียบเชียบเพื่อตีเมืองขึ้นของอเมริกาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (YSEALI: America’s Quiet Colonisation of Southeast Asia)

โครงการ YSEALI ย่อมาจาก Young Southeast Asian Leaders Initiative เป็นโครงการของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ต้องการสร้างผู้นำที่มีความสามารถในหมู่คนหนุ่มสาวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และให้เกิดการร่วมมือกันแบบข้ามพรมแดนเพื่อแก้ปัญหาของภูมิภาคและระดับโลกที่กำลังท้าทายในขณะนี้

ข้อเขียนระบุว่าเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นโครงการด้านการศึกษาและการให้ทุนแก่นักวิชาชีพแก่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น แต่ยังมีการให้ทุนเพื่อให้บรรดาศิษย์เก่าที่ผ่านโครงการนี้จัดตั้งองค์กรพัฒนาเอกชน (Nongovernmental organizations=NGOs)โดยจะเห็นได้ว่าองค์กรต่างๆของสหรัฐเข้ามาให้ทุนทั่วเอเชียเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐเอง

ภายใต้การริเริ่มนี้จะมีคำปลุกเร้าของ YSEALI ที่ว่า ยุคสมัยนี้ : ก้าวไปเอ็นจีโอ (Generation: Go NGO!,)

นี่คือโอกาสสำหรับผู้นำองค์กรพัฒนาเอกชนหนุ่มสาวที่จะพัฒนาทักษะอาชีพและความสามารถของพวกเขาโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเติบโต,นำหน้าและใช้องค์กรที่พวกเขาทำงานหรือที่เขาก่อตั้งถีบตัวให้สูงขึ้น

องค์กรมีการพัฒนาจากพื้นฐานที่สร้างขึ้นมาเพื่อใฝ่หาทรัพยากรทางการเงิน มีการแอพพลายโซเชียลมีเดียเพื่อความก้าวหน้าของการปฏิบัติภารกิจ พร้อมทั้งการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อนำบุคคลทั่วภูมิภาคอาเซียนมาเรียนรู้และทำงานร่วมกันในวิธีการสร้างความสามารถ,การส่งข้อมูลข่าวสารติดต่อกันและผลกระทบที่จะตามมา

เป้าหมายหลังจากนี้ YSEALI จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อช่วยตระเตรียมการจัดตั้งทางการเมืองในการรับใช้ไม่เพียงแต่สถาบันและประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังจะรับใช้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ,บรรษัทใหญ่และผลประโยชน์ทางการเงินที่พวกเขาเป็นตัวแทน ในความหมายก็คือรับใช้กลุ่มที่อยู่ทวีปอื่นหรือมหาสมุทรอื่นที่ไกลออกไป

ตัวอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งจัดทำโดยสถานทูตสหรัฐประจำกัมพูชา ในหัวข้อ การดีเบตนายกรัฐมนตรีรุ่นแรก ( First Model Prime Minister Debate)จัดขึ้นโดยสภายุวชนพนมเปญของสถานทูตสหรัฐ 

สาระสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีการเตรียมการในยุคของคนหนุ่มสาวด้วยการหยิบยกวัฒนธรรมการบริโภคแบบอเมริกัน จากนั้นก็ต่อเชื่อมเข้าสู่สังคมออนไลน์ที่มีฐานอยู่ในสหรัฐเช่นเฟซบุ๊ก  แล้วก็หลอมรวมพวกเขาให้กลายมาเป็นลูกค้าทางการเมืองจนกลายเป็นผู้สนับสนุนอำนาจ(ของสหรัฐ)

ทั้งนี้มีตัวอย่างที่สหรัฐทำในฮ่องกงเมื่อเร็วๆนี้ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้ทุนสนับสนุนขบวนการ การปฏิวัติร่ม(Umbrella Revolution) ทำให้ผู้นำการประท้วงคว้าชัยชนะที่นั่งในสภานิติบัญญัติท้องถิ่นหลายที่นั่ง รวมทั้งสหรัฐได้ทำกับเมียนมาร์ผ่านพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของนางออง ซาน ซูจี โดยสหรัฐให้ทุนสนับสนุนมีการฝึกงานในประเทศไทย ก่อนที่จะเข้าไปนั่งในตำแหน่ง    

การใช้เด็กและคนหนุ่มสาวของสหรัฐผ่านการให้ทุนการศึกษาและให้โอกาสในการทำงานทั่วเอเชียอาคเนย์โดยสถานทูตสหรัฐถือว่าเป็นปรากฎการณ์แรกที่ไม่ต้องใช้อาวุธและต้องย้อนกลับไปหลายทศวรรษที่สหรัฐเข้าไปโค่นล้มรัฐบาลต่างๆ ตัวอย่างเช่นปฏิบัติการเอแจ๊คในอิหร่านปี 1953,การทำรัฐประหารในชิลี ปี 1973 และการก่อความรุนแรงปฏิวัติโลกอาหรับหรืออาหรับสปริงในปี 2011 (i.e. 1953 Operation Ajax: Iran, 1973 Chilean coup d’état, or the violent 2011 Arab Spring)

เรื่องนี้ดูว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างแม่นยำเหมือนกัน กล่าวคือสหรัฐให้การสนับสนุนรัฐบาล เป็นตัวแทนคู่ขนานกับสถาบันที่สหรัฐนำขึ้นสู่อำนาจ แต่การกระทำเหล่านี้กลับไปเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของต่างชาติที่ให้การปลูกฝัง,ให้เงินทุนและหนุนพวกเขาขึ้นสู่อำนาจผ่านมาจากต่างประเทศ

กิจกรรมของ YSEALI มีพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม,ไม่ใช่ลักษณะของการทูตรวมทั้งจงใจโดยตรงที่จะเข้ามาคุกคามอธิปไตยแห่งดินแดนโดยรวมของรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  วิธีการนี้หากจีนหรือรัสเซียเข้าไปทำในสหรัฐ เป็นไปได้ทันทีว่าทั้งรัฐบาลจะร่วมมือกับสื่อมวลชนเคลื่อนไหวออกมาต่อต้านและเป็นไปได้ที่จะมีการออกกฎหมายมาเพื่อให้ยุติการดำเนินการทั้งมวล 

ในทางกลับกัน,อาเซียนควรจะหันมาทบทวนระเบียบกฎเกณฑ์รวมทั้งออกฎหมายกรณีรัฐบาลต่างชาติให้ทุนกลุ่มNGOs ตลอดจนจำกัดการปฏิบัติการของต่างประเทศในภูมิภาคด้วยการให้การเคารพประเทศผ่านทางการทูตเท่านั้น 

องค์กรพัฒนาเอกชนที่ได้รับทุนจากรัฐบาลต่างประเทศก็เป็นข้อกล่าวหาขัดแย้งต่อหลักการพื้นฐานในตัวของมันเองอยู่แล้ว อีกทั้งการสร้างการเมืองระบบคู่ขนานขึ้นมาในสถานทูตสหรัฐด้วยการสร้างคนหนุ่มสาวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นความพยายามของสหรัฐที่จะเป็นตัวแทนประชาธิปไตยหรือความมุ่งมั่นของตัวเอง ถือเป็นการบิดเบือนความจริงที่เห็นได้ชัดและเป็นเจตนาของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ

ข้อเขียนระบุว่าไม่เพียงแต่รัฐบาลทุกรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะตอบโต้ด้วยการจำกัดและยุติโครงการร่วมกันเท่านั้น  รัฐบาลเหล่านี้จะต้องสร้างโครงการของตนขึ้นมาเพื่อพัฒนาในแต่ละประเทศสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นผู้นำทางการเมืองและทางธุรกิจ

จะต้องปลูกฝังด้วยหลักการของท้องถิ่น,ค่านิยม,อุดมการณ์ทางวัฒนธรรมของตน เพื่อสะท้อนให้เห็นประโยชน์สูงสุดของประชาชนและของประเทศชาติ  ในที่สุดพวกเขาก็จะเข้าไปสู่ตำแหน่งแห่งอำนาจที่มีมากกว่า

ส่วนคำว่าความมุ่งมั่นของตัวเองไม่ได้ถือเป็นสิทธิที่สหรัฐหรือประชาคมโลกจะไปทึกทักเอาว่ามีอำนาจเหนือประเทศนั้น แต่เป็นสิทธิ์ของแต่ละชาติที่จะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้รับรวมทั้งรักษาไว้ในเชิงรุกอีกด้วย

(หมายเหตุ โจเซฟ ธอมัส เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการภูมิศาสตร์การเมือง แห่ง The New Atlas โดยเขียนบทความนี้ให้กับนิตยสารออนไลน์ New Eastern Outlook )

ขอบคุณที่มา: chaoprayanews.com


TOP