กฟผ.ชงขอสร้างคลัง LNG โรงไฟฟ้าเทพาทำได้ตามแผน

กฟผ.เตรียมเสนอ กพช. อนุมัติแผนลงทุนโครงการแอลเอ็นจี FSRU ขนาด 5 ล้านตัน ภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมเร่งศึกษาความเหมาะสมด้านพื้นที่และเงินลงทุนอีก 1-2 ปี คาดเปิดใช้เชิงพาณิชย์ในปี 2564-2565 ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าเทพา เชื่อยังเดินหน้าตามแผน เล็งเฟสแรกจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในปี 2564

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กฟผ.เตรียมนำผลศึกษาโครงการคลังก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ลอยน้ำ หรือ Floating Storage and Regasification Unit (FSRU) ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ขนาด 5 ล้านตัน เสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยคาดว่าภายหลังจากผ่านความเห็นชอบจาก กพช. แล้ว กฟผ.จะต้องกลับมาศึกษาความเหมาะสมด้านเทคนิค สถานที่ตั้ง แนวท่อบนบกและในทะเล และเศรษฐศาสตร์ การเงิน ว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ คาดว่าในขั้นตอนนี้จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี

โดยหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ใช้ระยะเวลาอีก 1-2 ปี และเริ่มสู่กระบวนการก่อสร้างใช้เวลาอีก 1-2 ปี ดังนั้นคาดว่าคลัง FSRU ของ กฟผ. จะแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในอีก 5-6 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเสร็จช้ากว่าโครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (ทดแทนเครื่องที่ 1-5) เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ประเภท Single Shaft Combined Cycle ขนาดกำลังผลิต 1.35 พันเมกะวัตต์ ซึ่งตามกำหนดจะแล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า ดังนั้นในช่วงรอยต่อก็เจรจาสัญญาซื้อก๊าซจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ไปก่อน

อย่างไรก็ตามโครงการ FSRU ขนาด 5 ล้านตันของ กฟผ. เป็นไปตามมติของ กพช. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยให้กรอบระยะเวลาศึกษา 3.5 เดือน เบื้องต้นได้คัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างคลัง FSRU แล้ว 2-3 พื้นที่ และกำลังศึกษาเกี่ยวกับเงินลงทุน ขนาดของเรือ และข้อปรับปรุงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะด้านอีเอชไอเอ จะต้องมีความละเอียดรอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ. มีประสบการณ์ด้านโครงการโรงไฟฟ้าแล้ว ดังนั้นเชื่อว่าการสร้างคลัง FSRU ไม่น่าจะเกิดปัญหาและสามารถดำเนินการได้ตามแผน

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กำลังการผลิตรวม 2 พันเมกะวัตต์ เชื่อว่าน่าจะสามารถเดินหน้าด้ามแผน ล่าสุด กฟผ.อยู่ระหว่างลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจชุมชน พบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้เกิดโรงไฟฟ้าดังกล่าว แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่ต่อต้านแต่ก็นับว่าเป็นส่วนน้อย ซึ่ง กฟผ.จะเร่งทำความเข้าใจต่อไป ทั้งนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเฟสแรก กำลังการผลิต 1 พันเมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบปี 2564 และเฟสสองอีก 1 พันเมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ที่เติบโตสูงขึ้น 5-6% ต่อปี

ด้านนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อยู่ในระหว่างการพิจารณาโครงการของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเทพาทุกขั้นตอนให้มีผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ตามที่ระบุไว้ในอีเอชไอเออย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ. ได้นำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเชิงพาณิชย์มาใช้ ทำให้สามารถควบคุมมลภาวะได้ดีในระดับสากล และดีกว่ามาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด เพื่อให้โรงไฟฟ้าเทพาเป็นโรงไฟฟ้าสีเขียว อย่างไรก็ตามโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี2015) เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศและในพื้นที่ภาคใต้

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และในฐานะประธานคณะกรรมการ กฟผ. เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จะจ่ายไฟฟ้าในปี 2564 และ 2567 เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ที่เพิ่มสูงขึ้น ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว และรักษาระดับราคาไฟฟ้าที่เหมาะสม ที่สำคัญจะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สร้างความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานจะต้องรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของชุมชน และจะต้องดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งด้านสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่โครงการฯ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

 

ขอบคุณที่มา: thansettakij.com


TOP