The Burrow : เยี่ยมออฟฟิศใหม่ในโกดังสุดเท่ของ Rabbit Digital Group ดิจิทัล เอเจนซี่รุ่นใหม่มาแรง

อิจฉาน่าจะเป็นคำบรรยายความรู้สึกเราเมื่อเห็น The Burrow (แปลว่าโพรงกระต่าย) บ้านใหม่ของชาว Rabbit Digital Group แถวถนนบรรทัดทองได้ดีที่สุด ก็ที่นี่ไม่ใช่ออฟฟิศในอาคารแบบที่มนุษย์เงินเดือนคุ้นชิน แต่เป็นออฟฟิศในโกดังแสนสวย มีจุดเด่นเป็นต้นไม้เขียวสบายตายืนต้นอยู่ในอาคาร

จริงๆ แล้ว ชาวกระต่ายก็เคยทำงานอยู่ในออฟฟิศบนตึกเหมือนคนอื่น แต่เนื่องจาก Rabbit Digital Group กำลังอยู่ในช่วงขยายตัว จึงมีการมองหาบ้านใหม่ที่รองรับการเติบโตได้ โดยไม่ต้องแยกทีมงานให้ไปนั่งแยกชั้นกันแบบอาคารออฟฟิศทั่วไปซึ่งทำให้ติดต่องานกันยาก บวกกับ เล็กรุ่งโรจน์ ตันเจริญ ผู้บริหาร Rabbit Digital Group ชอบโกดังเก่าเป็นทุนเดิม เลยลองเสิร์ชหาดูจนมาเจอโกดังเก็บอะลูมิเนียมในทำเลดีกลางเมืองประกาศให้เช่า ผู้บริหารหนุ่มเลยตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นบ้านใหม่ของชาวกระต่าย

img_9768

The Burrow ที่จุคนประมาณร้อยชีวิตนี้ออกแบบโดย MUN Architects มีพจนฤทธิ นิมิตรกุล ดีไซเนอร์หนุ่มเป็นผู้ควบคุม เมื่อมองไปรอบๆ จะเห็นโครงสร้างที่ยังบ่งบอกความเป็นโกดังอยู่ โดยโครงสร้างเหล็กสีดำที่เห็นของเดิมเป็นสีเทาอ่อน แต่สถาปนิกอยากเน้นให้ตัวโครงสร้างแสดงเส้นสายที่สวยงามออกมาชัดขึ้น เลยแต้มสีดำเข้าไปเหมือนการเขียนคิ้วเวลาแต่งหน้า ส่วนพื้นปูนสีเขียวก็เป็นของเดิมเพราะทางฝั่งสถาปนิกเห็นว่าเป็นสิ่งที่สวยอยู่แล้ว เลยคงไว้แล้วแต่งเพิ่มด้วยวัสดุอย่างไม้ที่เข้ากันและมีความเป็นธรรมชาติ พร้อมเบรกด้วยส่วนสีขาวเป็นระยะเพื่อให้ดูสะอาดตาและไม่ดิบเกินไป ด้านหน้าสุดมีต้นมั่งมี ตัวกรองอากาศชั้นดีสีเขียวสวย เป็นจุดศูนย์กลางของออฟฟิศที่ดูแล้วไม่แข็งกระด้าง เพราะโกดังนี้มีความเป็นโรงงานมากพออยู่แล้ว สูงขึ้นไปเหนือยอดไม้คือช่องกรุกระจกที่เปิดให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามา เมื่อบวกกับช่องแสงด้านข้างโกดัง ก็เรียกได้ว่าตอนกลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟกันเลย และทั้งต้นไม้ แสงธรรมชาติ รวมถึงความสูงโปร่งของตัวโกดังนี้ ก็รวมเป็นตัวช่วยชั้นดีให้พนักงานทำงานได้อย่างไม่อึดอัดเหมือนนั่งในตึกทั่วไป

พื้นที่ในโกดังแบ่งเป็นโซนทำงานของชาวกระต่ายซึ่งกินพื้นที่ทั้ง 2 ชั้น โซนทำงานนี้แม้จะมีบริษัทย่อยอยู่รวมกันถึง 3 บริษัทคือ Rabbit’s Tale เอเจนซี่ด้าน Digital Marketing, Moonshot เอเจนซี่ที่ดูแลด้าน Digital PR และ Content รวมถึง Code & Crafts บริษัทที่ดูแลด้านการผลิตเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีแผนกหลากหลาย พื้นที่ทำงานก็แทบไม่มีการกั้นห้อง แต่ใช้วิธีแบ่งโดยชั้นหนังสือหรือพาร์ทิชันเตี้ยๆ แทน เพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายตัดขาดจากกันเกินไป

img_9778

img_9925

ถัดจากโซนทำงาน คือพื้นที่ส่วนกลางหรือ common area ที่เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญมากของบริษัท เริ่มจากชั้นบนที่มีส่วน Cat Walk หรือทางเดินยาวที่ฝั่งหนึ่งของชั้น 2 ซึ่งมีโซฟาวางให้ชาวกระต่ายมานั่งๆ นอนๆ คิดงานกันตามสบาย แล้วเมื่อเดินลงบันไดมาชั้นล่าง ก็จะเจอกลุ่มโต๊ะ เก้าอี้สำหรับนั่งคิด นั่งคุยงานตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เล่นสนุก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะปิงปอง โต๊ะพูล หรือลานสเก็ตบอร์ดซึ่งปรับฟังก์ชันเป็นเวทีให้คนขึ้นไปยืนพูดเวลามีสัมมนาได้ (ยังไม่นับสไลด์เดอร์ที่ลื่นไถลลงมาจากชั้น 2 เครื่องเพลย์สเตย์ชัน และโซนทำเล็บของพวกผู้หญิงที่กำลังจะเปิดในอนาคต) พื้นที่ครัวซึ่งมีขนมให้หยิบไปกินฟรี ห้องประชุม ห้องน้ำ ห้องนอนสำหรับชาวกระต่ายผู้ปั่นงานข้ามคืน และสตูดิโอสำหรับถ่ายงานต่างๆ

พื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อเน้นตอบโจทย์ความเป็น Rabbit Digital Group อย่างแรกคือตอบโจทย์ชาวกระต่ายที่เป็นเด็กรุ่นใหม่เจนวายผู้นิยมความยืดหยุ่น ให้ย้ายที่ทำงานกันได้ตามชอบใจ อย่างที่สองคือกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำงานของดิจิทัล เอเจนซี่ ใครคิดไม่ออกลองไปนั่งทำงานแถว Cat Walk หรือพักไปตีปิงปองเล่นสักหน่อย ไม่แน่ว่าอาจนึกไอเดียดีๆ ออกก็ได้

img_9806

img_9899

อย่างสุดท้ายคือส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมออฟฟิศเดียวกัน จากที่เคยนั่งทำชั้นใครชั้นมัน ที่นี่การพบปะคนใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ตลอด เช่น ฝ่ายแพลนเนอร์กับโปรแกรมเมอร์อาจโคจรมาเจอกันที่ลานสเก็ตบอร์ดได้ แม้ว่าถ้าพูดถึงเนื้องานแล้ว บางฝ่ายอาจไม่จำเป็นต้องเจอหน้ากัน แต่การพบปะก็สำคัญในแง่วัฒนธรรมองค์กร เพราะ Rabbit Digital Group ไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปธรรม แต่ขายไอเดีย ความสามารถของผู้คนในโพรงกระต่าย บริษัทจึงตั้งใจให้พนักงานได้เจอหน้าฝ่ายอื่นๆ พูดคุยแลกเปลี่ยน (ซึ่งจะว่าไปก็ช่วยกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์อีกทาง) และทำงานสนุกๆ ในบรรยากาศที่ดี มีความรู้สึกของความเป็นทีม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยในการสร้างสรรค์งานดีๆ ให้บริษัทเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง และนี่จึงเป็นเหตุผลที่นอกจากจัดสรรพื้นที่ให้เอื้อต่อการพบเจอ ฝ่ายบุคคลยังจัดกิจกรรมให้ทุกคนได้มาสนุกร่วมกัน โดยอาศัยความได้เปรียบของพื้นที่โกดังแสนกว้างขวาง เช่น เอารถเข็นขายโตเกียวมาให้พนักงานต่อแถวกินกัน จัดปาร์ตี้ใหญ่แบบมีดนตรีสดจริงจัง หรือเร็วๆ นี้ก็จะจัดตลาดขายของมือสองให้ทุกคนหอบของมาขาย

img_98451

img_9860

img_9762editedresize

โพรงกระต่ายของชาว Rabbit Digital Group จึงไม่ใช่พื้นที่อะไรก็ได้ที่จับคนมานั่งทำงานรวมกัน แต่เป็นพื้นที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรและผู้คนที่ร่วมกันขับเคลื่อนมันอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อชาวกระต่ายได้ทำงานในที่ที่ดี บริษัทก็จะได้ผลงานดีๆ และเติบโตต่อไปได้

ถ้าถามว่าออฟฟิศคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำงานของ Rabbit Digital Group มั้ย คำตอบคือไม่ใช่ ปัจจัยสำคัญที่สุดของเราคือคน แต่ออฟฟิศคือสิ่งที่จะมาปลดล็อกศักยภาพของคน เป็นส่วนช่วยเร่งสิ่งที่เขามีอยู่ในตัวเล็กเอ่ยทิ้งท้ายกับเราในโพรงกระต่ายชั้นดีที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมา

ขอบคุณที่มา: adaymagazine.com


TOP