ธรรมศาสตร์โลกสวย แต่ไม่เป็นธรรมจริงหรือ?


 

ธรรมศาสตร์โลกสวย แต่ไม่เป็นธรรมจริงหรือ?

web

website : Thammasat Sustainable University

สำนักไหนหมายชูประเทศชาติ? สำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมืองไงค่า… แหมๆ ก็สำนักโดมผู้มีคำขวัญว่ารักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ในสยามประเทศชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับการเมืองไทยเนี้ยแยกไม่ออกเลยทีเดียว

ประเด็นของวันนี้ มันอยู่ที่นี่ค่ะ ป้าได้อ่านเรื่อง “โซล่าเซลล์ พลังงานโลกสวยแต่ไม่โปร่งใส”   ซึ่งป้าเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ก่อนอื่นป้าต้องออกตัวก่อนว่า  ป้าไม่ได้ต่อต้านพลังงานสะอาดนะคะ  ป้ายังเขียนเชียร์เรื่อง “ลันตา Go Green” อยู่เลย อยากให้เป็นได้จริงในเร็ววัน

( “โซล่าเซลล์ พลังงานโลกสวยแต่ไม่โปร่งใส” อ่านเพิ่มเติม http://www.zanzaap.com/2016/11/solarcell/ )

( “ลันตา Go Green”  อ่านเพิ่มเติม http://www.zanzaap.com/2016/10/lantagogreen/)

คืองี้ค่ะสองสามเดือนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประกาศว่าจะเป็นผู้นำด้านโซล่าเซลล์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย และอันดับสามของโลกเลยนะคะ มีกำลังผลิตไฟฟ้าได้ถึง 15 เมกะวัตต์ โดยจับมือกับโซลาร์ตรอน บริษัทค้าพลังงานสะอาด โห… มันดูดีมากเลยใช่มั้ยคะ  แต่ป้ากลับเกิดคำถามมากมายกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นเองค่ะ

 

 

เรื่องแรกเลยป้าไปเจอข่าวที่ทางอธิการบดีธรรมศาสตร์ก็ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า

“แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์นั้น ถูกติดตั้งกระจายอยู่บนหลังคาอาคารต่างๆ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยในปีนี้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุดรวม 6 เมกะวัตต์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการติดตั้ง Solar roof ในมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และจะทำให้มหาวิทยาลัยประหยัดไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 50% และลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลง ตอบสนองการเป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืน”

ลดการพึ่งพาจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ? พักตรงนี้ไว้ก่อนนะคะ เรามาดูบทสัมภาษณ์ผู้บริหารของโซลาร์ตรอนกันบ้าง

“สำหรับโครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุน 800 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด คาดจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 7 ปี จากระยะสัญญาทั้งหมด 21 ปีโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตจะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายไฟฟ้าต่อปีได้ราว 30-40% จากปัจจุบันมีภาระค่าไฟฟ้าประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี และจะสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 5 บาทต่อหน่วย โดยมหาวิทยาลัยมีการใช้กระแสไฟฟ้าราว 7.5 หมื่นหน่วยต่อวัน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัทปีละประมาณ 136 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทยังมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมถึงการขยายไปยังต่างประเทศด้วย”

ทั้งสองบทความมันดูไม่มีอะไรใช่ไหมคะ แต่ป้าก็สงสัยค่ะ ในฐานะชาวบ้านตาดำ ๆ  ป้าไปอ่านเจอบทความหนึ่งเขาบอกว่า เงินที่เหลือจากการประหยัดค่าไฟในมหาวิทยาลัย บริษัทจะเอามาแบ่งกับทางมหาวิทยาลัย? (แบ่งเท่าไหร่ป้าไม่ทราบ แต่อ่านเจอจากเมเนเจอร์ออนไลน์บอกว่าแบ่งคนละครึ่ง) สมมุติว่าปกติจ่ายค่าไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 100 บาท แต่พอมีโซล่าเซลล์ทำให้ประหยัดเงินไปได้ 40 บาท จ่ายค่าไฟให้ กฟภ. แค่ 60 บาท เงินที่เหลือ 40 บาทคือเงินที่ธรรมศาสตร์และโซลาร์ตรอนเอามาแบ่งกัน โซลาร์ตรอนบอกว่าตัวเองจะคืนทุนใน 7 ปี แต่สัญญาที่ทำไว้ถึง 21 ปี ? โห…..คุ้มทุนนานมาก อีก 20 ปีถัดจากนี้ธรรมศาสตร์ต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน แล้วยังไงค่ะ กำไรของโซลาร์ตรอนก็ต้องมากขึ้นมหาศาลนั้นเอง

559000008907701

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้งบประมาณจากรัฐบาลเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเงินจ่ายค่าไฟฟ้า แต่กลับต้องเอาเงินภาษีไปจ่ายให้กับโซลาร์ตรอน เหมือนเป็นการอุดหนุนเอกชนยังไงชอบกล และในตัวสัญญาระบุไว้ตั้ง 21 ปี รายละเอียดอื่นๆ ป้าไม่รู้หรอกนะคะ ตามหาอ่านไม่เจอ แค่เป็นห่วงเฉยๆอะค่ะ ว่าธรรมศาสตร์จะทันเล่ห์เลี่ยมนายทุนได้จริงหรือ แค่นี้ผู้บริหารของโซลาร์ตรอนก็ออกมาฟุ้ง!!!! ประกาศชัดว่าปี 2560 กำไรดีแน่นอน ก็แน่หละค่ะ ขึ้นชื่อว่าบริษัทการทำกำไรคือเป้าหมายสูงสุด ไม่มีใครมาทำเพื่อการกุศลกันหรอกนะคะ

สรุปว่าเงินที่ประหยัดได้จากค่าไฟ กลับต้องไปตกอยู่ในมือเอกชน แทนที่จะเป็น กฟภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐเหมือนกัน  ป้าว่าในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ทำไมไม่ลงทุนเอง ถ้าเรื่องเงินทุนมหาวิทยาลัยก็มีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่จะกู้ได้ หรือจะไปกู้เงินจากสถาบันการเงินมาก็ได้ไม่น่ายาก อีกทั้งธรรมศาสตร์เองก็คณะที่มีชื่อด้านธุรกิจที่ได้รับรางวัลมากมายจากนานาชาติ แผนธุรกิจแค่นี้มหาวิทยาลัยเอาตัวรอดได้ชัวร์ ในแง่เทคโนโลยีก็มีคณะด้านวิทยาศาสตร์เยอะแยะหลายคณะเลยนะคะ จึงไม่น่าจะมีปัญหา คราวนี้เงินภาษีจากประชาชนก็จะได้ตกอยู่กับมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยก็สามารถนำเงินดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอดด้านอื่นได้สบายๆ  (หรือธรรมศาสตร์ไม่เก่งเรื่องแบบนี้ ลองดู TU DOME สิคะ นั้นคือสิ่งแรกที่ร่วมทุนเอกชน ก็…ไม่เป็นท่านะคะ  นี้ยังไม่รวมเรื่องการปรับปรุงโรงอาหารกลาง สุดท้ายก็ต้องดึง CP เข้าบริหารมาแทน – -”  ได้แต่นั่งมองไปฝั่งสามย่านตาปริบๆเลยค่ะ)

 

“ต่อให้การลงทุนด้านพลังงานสะอาดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มันล้มเหลว แต่มันก็เกิดการวิจัยและพัฒนา องค์ความรู้ไม่ได้หายไปไหนนะคะ”

tudome01

เรื่องต่อมา ในระยะยาวมหาวิทยาลัยจะจัดการยังไงกับแผงโซล่าร์เซลล์เหล่านี้? เรามัวแต่ฟังเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯของถ่านหินจนลืมนึกถึงเรื่องนี้หรือเปล่า? เราลืมไปไหมว่า กว่าจะได้พลังงานสะอาดเราเสียอะไรไปบ้าง มันไม่มีอะไรที่สะอาด 100 % หรอกนะคะ แผงโซล่าร์เซลล์พวกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา มันมีหลายเกรดหลายระดับ ตัวที่ธรรมศาสตร์ใช้ป้าก็ไม่รู้นะคะว่าเทคโนโลยีประมาณไหน แต่เท่าที่อ่านเจอตอนนี้การนำกลับมารีไซเคิลทำได้นะคะ แต่เป็นรุ่นใหม่ และยังทำยากอยู่ ยังไม่ต้องพูดถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงอย่างแน่นอนของแผงโซล่าร์เซลล์ บางที่รับประกันว่าแผงจะอยู่ได้ 80-90 ปี ใช่ค่ะ ทนแน่นอน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าประสิทธิภาพในการทำงานของมันจะลดน้อยลงอย่างแน่นอน ไม่ต้องรอให้นานถึง 80 ปีหรอกค่ะ แค่ 20-30 ปีแรกก็เห็นชัดแล้ว

ที่แน่ๆ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้าจากไฟฟ้ากระแสตรงไปเป็นกระแสสลับเนี้ยมันอยู่ไม่ถึง 20 ปีหรอกนะคะ มันต้องเปลี่ยนต้องดูแล พูดง่ายๆว่าค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามันมีมากมายจริงๆ  ไม่ต้องมองอื่นไกลแค่ 20 ปีแรก ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ได้ก็จะได้น้อยลง เอ้า… แบบนี้ก็เท่ากับช่วงหมดสัญญาพอดีสิคะ? หลังจากหมดสัญญากับโซลาร์ตรอนแล้วใครจะดูแลต่อ ตอนนั้นแผงโซล่าเซลล์ก็ลดประสิทธิภาพลงแล้ว ถ้าธรรมศาสตรไม่สามารถวิจัยพัฒนาและมีองค์ความรู้ด้านพลังงานสะอาดเพื่อรับช่วงต่อได้ ก็ต่อสัญญากับเอกชนอีกหรือ? แบบนี้จะกลายเป็นสัญญาทาสไหมคะ? ป้าหวังว่าธรรมศาสตร์จะทำเองได้ในอนาคต

 

slide-05

 

รื่องที่สาม คือการเอาแน่เอานอนไม่ได้ของพลังงานสะอาด  ถึงแม้ว่าธรรมศาสตร์จะบอกว่าตัวเองมีกำลังผลิตถึง 15 เมกะวัตต์ แต่นั้นคือกำลังผลิตสูงสุดค่ะ  แต่ละวันไฟฟ้าไม่ได้เท่านี้หรอกค่ะ วันไหนแดดจ้าก็ดีไป  พูดง่ายๆว่าเราไม่สามารถกะเกณฑ์ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้เลย สุดท้ายการเป็นมหาวิทยาลัยพึ่งตัวเองด้านพลังงานสะอาดแบบ 100 % จึงเป็นไปได้ยาก เพราะที่ธรรมศาสตร์มีทั้งอาคารเรียน โรงพยาบาล ที่ต้องใช้ไฟฟ้าที่มันเสถียรนั้นเองค่ะ ป้าพูดเรื่องเสถียรอีกแล้วใช่ไหมคะ ก็มันคือความมั่นคงไงคะ จะปล่อยให้ไฟฟ้ามากระตุก กระชากเนี้ย เครื่องใช้ไฟฟ้าก็พังกันพอดี เเค่นี้มหาวิทยาลัยก็ต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในรอบที่เร็วขึ้นกว่าเดิม  Iphone ของลูก ๆ ที่ชาร์จตามหอสมุดป๋วยฯ ก็จะพังเร็วกว่าเดิมนะคะ เพราะฉะนั้นธรรมศาสตร์ก็ต้องหันไปพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ดี ไม่มีทางหนีกันได้หรอกค่ะ

 

รื่องสุดท้าย พีคกว่า พอมีคำว่า “โซลาร์ตรอน” ป้าก็ไปเสิร์ชกูเกิ้ลเลยจ้า…คุณพระ เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีข่าวว่า กลต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ได้เกาะติดเรื่องการแก้ไขงบการเงิน โห… เรื่องนี้ใครเล่นหุ้นก็น่าจะพอทราบนะคะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถือเป็นเรื่องความโปร่งใสของบริษัทนั้นเอง และที่น่าจับตาคือ มีการเทขายหุ้นทิ้งจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั้นเอง ขนาดขาใหญ่ยังขายทิ้ง แล้วแมงเม่าจะไปเหลืออะไร? ข่าวนี้ก็ประมาณเดือนมิถุนายนนะคะ ถัดมาในเดือนสิงหาคม โซลาร์ตรอนก็จับมือกับธรรมศาสตร์ประกาศว่ากำลังร่วมลงทุนพลังงานสะอาดร่วมกัน แหม่!… ธรรมศาสตร์นี่ช่างใจบุญจริงๆ เหมือนพระเอกขี่ม้าขาวมาเลยนะคะ ภาพลักษณ์ของบริษัทก็กลับมาดีขึ้นมาก และการประกาศว่า “ธรรมศาสตร์จะผลิตไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์เป็นอันหนึ่งของเอเชีย” แค่นี้ก็ดูคูลร้องว้าวกันแล้วหละค่ะ งานชุบตัวขัดสีฉวีวรรณก็เกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้  ป้าแค่รู้สึกแปลกๆอะค่ะ ว่าทำไมธรรมศาสตร์ ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่ข้างความเป็นธรรม ถึงกลับจับมือกับโซลาร์ตรอน บอกก่อนนะคะป้าไม่ได้บอกว่าโซลาร์ตรอนกระทำความผิดนะคะ เขาแค่โดนสอบเฉยๆ คือโดยทั่วไปเนี้ย กลุ่มธุรกิจเขาจะมีภาคีต่อต้านเรื่องนี้กันมาก บริษัทไหนไม่มีธรรมาภิบาลหรือแค่มีข่าวว่าโดนตรวจสอบ เค้าก็จะเลิกคบค้าสมาคมแล้วค่ะ ดูตัวอย่างรายการข่าวเช้าชื่อดังจากตึกพระรามสี่สิคะ  บริษัทขายปูนยักษ์ใหญ่ก็ถอดโฆษณาออก ทั้งๆที่ผลการตัดสินยังไม่ออกมาด้วยซ้ำว่าผิดหรือไม่ เรื่องธรรมาภิบาลเนี้ย เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเลยค่ะ

 

apptp13-3162-a-696x380

 

หรืออาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของธรรมศาสตร์ หลายปีก่อน (ประมาณ 5-7 ปี) มีการเปลี่ยนแอร์ในหอพักนักศึกษาใหม่หมดเลยค่ะ เม็ดเงินไม่ต้องพูดนะคะว่าเท่าไหร่ ละแล้วหวยก็ไปตกที่บริษัทขายแอร์ยี่ห้อหนึ่งที่มีระดับผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์เองเลยค่ะ “เป็นเลิศ เป็นธรรม นำสังคมมั้ยหละคะแบบนี้” หรือป้าก็ไม่ควรแปลกใจ ถ้าเรื่องนั้นทำได้ เรื่องนี้ก็ต้องทำได้ใช่ไหมคะ

ป้าขอย้ำอีกครั้งนะคะว่าป้าสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างแน่นอน ทั้งหมดที่ป้าเขียนไปนั้นไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายใคร มันเป็นแค่ความสงสัยใคร่รู้  ข้อมูลทั้งหมดก็มาจากการเสพสื่อนั้นเอง หากมีตรงไหนที่ป้าเข้าใจผิดรู้สึกว่าไม่โอเคก็บอกป้าได้นะคะ ป้ายินดีรับฟังรับ ในขณะเดียวกันป้าก็คิดว่าทางธรรมศาสตร์จะเปิดใจรับฟังป้าเช่นกันในความเห็นต่างนี้เช่นกัน

“ป้ายังเชื่อมั่นและชื่นชมในหลักการของธรรมศาสตร์”

การเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนนั้นเป็นหนทางที่หนักพอสมควร แต่บางครั้งก็ต้องคิดให้รอบด้านเท่านั้นเองค่ะ “นายทุนก็คือนายทุน” บางครั้งเราได้คำว่าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาพลักษณ์ที่ออกมาดูดี แต่กระบวนการโลกสวยนั้นมันอาจจะไม่สวยไงคะ เราถึงต้องมองกันยาวๆ อย่าผลีผลามตามกระเเส

..

“สุดท้ายนี้ ป้าก็ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ จุดประกายให้ใครหลายๆคน หรือหลายๆหน่วยงานให้หันมาสนใจเรื่องนี้กันจริงจัง

ว่าสุดท้ายแล้วพลังงานสะอาดคือทางรอดทางเดียวของเราหรือเปล่า”

..

energy-and-climate-change

รักนะคะ ทั้งหมดนี้ก็แค่สงสัยอะค่ะ

ป้าไก่

Facebook : เรื่องนี้ไก่จะไม่ยุ่ง


ขอบคุณภาพจาก

Facebook : โซลาร์ตรอน

Facebook : Thammasat University Official

อ้างอิง

ทันหุ้น – SOLAR คว้าบิ๊กดีลเข้าพอร์ต รับทรัพย์งานติดตั้งโครงการ “โซลาร์ รูฟท็อป” มธ.ศูนย์รังสิต 3 เฟส 15 เมกะวัตต์ ขนาด ใหญ่ที่สุดในเอเชีย “ปัทมา วงษ์ถ้วยทอง” ยิ้มรับทรัพย์ แย้มปี 2560 โตก้าวกระโดด https://www.thunhoon.com/solar-16/

กรณี‘โซลาร์ตรอน’กับการตรวจสอบของตลาดหลักทรัพย์ http://www.thansettakij.com/2016/06/05/58236

เมื่อมหา’ลัยธรรมศาสตร์ชี้นำสังคมด้วยการติดโซลาร์เซลล์ http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9590000086186

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


TOP