กระบี่โกกรีน มโนโมเดลที่ทำร้ายคนกระบี่

ความกังวลของกลุ่มเครือข่ายภาคเอกชน จำนวน 11 องค์กร เช่น หอการค้าจังหวัดกระบี่ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ ที่ออกมาแถลงการณ์แสดงจุดยืน ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เนื่องจากสวนทางต่อปฏิญญา กระบี่โกกรีน ของจังหวัดกระบี่ และอาจส่งผลกระทบถึงภาคการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร ที่มีรายได้ปีละประมาณ 8 หมื่นล้านบาทนั้น

559000013198701

ขอบคุณภาพจาก: manager.co.th

ขอให้กลุ่มเครือข่ายฯ สบายใจได้เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่นั้นเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินแบบ Clean Coal Technology หรือใช้เทคโนโลยีสะอาด ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศอย่าง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่ง เยอรมนี ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้มั่นใจถึงความสะอาดปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวและการประมงจริง ก็อยากให้กลุ่มเครือข่ายฯ ช่วยระบุสถานที่และบริเวณที่เคยเกิดปัญหามาให้ชัดๆ จะได้ยกมาเป็นกรณีศึกษากันอย่างจริงจัง

ดังนั้นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่อาจลดน้อยลงจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะนักท่องเที่ยวจากประเทศพัฒนานั้น มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นอย่างดี ตรงกันข้ามกับนักท่องเที่ยวในประเทศที่อ่อนไหวต่อข้อมูลในโซเชียลที่ส่วนใหญ่ เป็นข้อมูลที่บิดเบือนจากกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งกลุ่ม NGOs กลุ่มนายทุนพลังงานแสงอาทิตย์ กลุ่มนักธุรกิจบางคน โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในประเทศได้

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของกระบี่ที่เริ่มทรุดโทรมนั้น สาเหตุหลักๆ ไม่ได้เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือเรือขนถ่านหิน (ที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง) แต่มาจากการทำธุรกิจท่องเที่ยวที่เห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขาดธรรมาภิบาล

ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียจากโรงแรมที่ปล่อยทิ้งน้ำเสียในที่สาธารณะอย่างที่เคยเป็นข่าว การรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อสร้างที่พักรีสอร์ท การทิ้งสมอเรือท่องเที่ยวดำน้ำที่ทำลายแนวปะการัง หรือแม้แต่การทำประมงแบบใช้แหลากอวน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ มีความกังวลและใช้เป็นตัวตัดสินใจในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว

ขอบคุณภาพจาก: thairath.co.th

ขอบคุณภาพจาก: thairath.co.th

 

ขอบคุณภาพจาก: tnews.co.th

ขอบคุณภาพจาก: tnews.co.th

 

ขอบคุณภาพจาก: manager.co.th

ขอบคุณภาพจาก: manager.co.th

โรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ดีมาก ทำให้กล้าท้าหน่วยงานอย่างเช่น กรมโรงงาน หรือกรมควบคุมมลพิษ ให้มาตรวจเช็คคุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้า เทียบกับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างโรงแรม รีสอร์ท หรือร้านอาหารริมทะเล ของกลุ่มเครือข่ายภาคเอกชน ที่ปล่อยของเสียอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ผ่านการบำบัดที่ได้มาตรฐาน

ที่ผ่านมาประเทศที่มีมาตรฐานของโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยเรา ที่นิยมไปเที่ยวสองประเทศนี้ เพราะเดินทางใกล้ ค่าใช้จ่ายไม่แพงเกินไปนัก และที่สำคัญอากาศดีไม่มีมลพิษทางอากาศอย่างหลายจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งนั่นน่าจะเป็นการรับประกันได้ระดับหนึ่งแล้วว่า การมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ไม่ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวเลย ในทางกลับกันหากกระแสไฟฟ้าไม่เสถียรเพราะโรงไฟฟ้าไม่เพียงพอนี้ อาจทำให้ความมั่นใจของนักท่องเที่ยวลดลงได้ ลองคิดดูถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไฟดับทั้งวันเรายังอยากจะไปเดินเที่ยวย่านชิบุย่า หรือฮาราจุกุกันอยู่หรือเปล่า ถ้ากลุ่มเครือข่ายอยากจะคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกันจริงๆ แนะนำให้รณรงค์ไม่ไปท่องเที่ยวยังประเทศที่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินกันไปเลย เพื่อกดกันให้ประเทศเหล่านั้นปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดเอาใจนักท่องเที่ยวหัวอนุรักษ์จากประเทศโลกที่สามอย่างท่านๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

s__753816

การที่กระบี่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด จึงทำให้คนกระบี่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ร้านค้า ร้านอาหารขนาดเล็ก โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงานต่างๆ ได้รับประโยชน์จากการมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงเท่าเทียมกัน ต่างจากที่กลุ่มเครือข่ายภาคเอกชนชูให้กระบี่พึ่งพาการใช้พลังงานทดแทน 100 เปอร์เซนต์ ซึ่งไม่สามารถทำได้จริง แม้แต่ประเทศพัฒนาเรื่องพลังงานทดแทนชั้นแนวหน้าอย่างประเทศเยอรมนี ก็ยังจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นโรงไฟฟ้าหลัก ซัพพอร์ตพลังงานทดแทน การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดไม่ให้ตั้งที่กระบี่ จึงหมายความเป็นนัยว่าให้ไปตั้งที่จังหวัดอื่น แต่ยังต้องสร้างสายส่งไฟฟ้ามาที่กระบี่ในช่วงเวลาที่โซล่าร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ซึ่งเป็นการผลักความรับผิดชอบไปที่จังหวัดอื่น เพื่อที่กลุ่มเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว จะได้ประโยชน์จากการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเป็นแบบอีโค่อนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น

s__753815

การผลักดันให้โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดไปตั้งที่อื่น นั่นหมายถึงการเสียผลประโยชน์ของคนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ารัศมี 5 กิโลเมตร ที่ได้เงินสนับสนุนจากกองทุนปีละหลายล้านบาท ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่เสียผลประโยชน์ที่ออกมาคัดค้านนั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนที่เป็นคนต่างชาติ และคนไทยกลุ่มเล็กเพียงไม่กี่คน ที่ไม่สนใจว่าการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดจะไปขัดขวางโอกาสการพัฒนาท้องถิ่นของคนกระบี่กลุ่มอื่นๆ

ที่ผ่านมาคนกระบี่ในชุมชนเอง ได้เพียงเศษเงินจากกลุ่มทุนนักธุรกิจท่องเที่ยว จากการจ้างแรงงานเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คนกระบี่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด เวลากลุ่มเครือข่ายต้านโรงไฟฟ้าต้องการแนวร่วมชุมนุม จึงต้องอาศัยการจ้างแรงงานจากนอกพื้นที่ หรือแม้กระทั่งคนต่างด้าวมาทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมดูมีจำนวนพอสมควร ถ้าใครเคยลองไปพูดคุยกับกลุ่มคนที่ออกมาคัดคานจะรู้ว่า บางกลุ่มไม่ใช่คนกระบี่ในพื้นที่เลย เว้นแต่ถ้ามีชุมนุมครั้งหน้ากลุ่มทุนวางแผนใหม่จ้างคนในพื้นที่จริงๆ มาเป็นแนวร่วมก็จะเป็นอานิสงค์ตกแก่คนในพื้นที่บ้าง

ประเด็นเดียวของโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดคือเรื่องก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง

ไม่ใช่ที่กลุ่ม 11 องค์กรธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่เอาไปแถลงค้าน แล้วตีฟองเป็นเรื่องทำลายความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำลายพืชพันธุ์ผลผลิตทางเกษตร ทำลายการประมง ทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สิ่งที่มโนขึ้นมาเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากครั้งหนึ่งที่คุณ อมฤต ศิริพรจุฑากุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ เคยมโนเรื่องกระบี่โกกรีน 100% มโนโมเดลที่พอมีคนเชียร์ให้ลงมือทำจริงก็เงียบหายไปดื้อๆ เปลี่ยนไปคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่กระบี่ จะทำลายธุรกิจท่องเที่ยว เป็นไปได้อยากให้คุณอมฤต กลับมารื้อฟื้นโครงการกระบี่โกกรีน แล้วทำแข่งกับโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไปเลย ถ้ามโนโมเดลนี้ทำได้จริงนะ


TOP