1 ม.ค.วันที่คนไทยเพิ่งจะมีใช้ไม่ถึง 100 ปี (อีกแล้ว)

รู้หรือไม่ ??? พ.ศ. 2483 มีแค่ 9 เดือน และวันที่ 1 มกราคมวันขึ้นปีใหม่ คือของใหม่ที่มีอายุไม่ถึง 100 ปี (อีกแล้ว)

(ขอบคุณภาพ cover จากfacebook CentralWorld)

“””””””””””””

สวัสดีปีใหม่ค่าลูกๆ ปีนี้ปีระกา (แต่ถ้าตามปฏิทินไทยกับจีย วันนี้ยังเป็นปีวอกอยู่นะคะ) ยังไงก็ต้องเรียกว่าปีไก่ทอง เอาคำว่าทองมาลงท้าย เพื่อให้ดูเป็นมงคลแล้วกันค่ะ ป้าขอให้ผู้อ่านที่รักของป้ามีความสุขความเจริญ ในปี พ.ศ. 2560 ตลอดปีเลยนะคะ ส่วนเรื่องบรรดาหมอดูทั้งหลายแหล่ก็มักจะมาทำนายว่า  ปีนี้ไม่ดีเท่าปีที่แล้ว แย่กว่าปีที่แล้วบ้าง ก็ฟังหูไว้หู คิดว่าอ่านนิยายแล้วกันค่ะ ป้าอายุก็เยอะแล้วประมาณหนึ่ง ก็ไม่เห็นว่าจะมีปีไหนที่จะทำนายว่าบ้านเมืองเราจะดีรุ่งโรจน์เลยอะค่ะ

สำหรับวันนี้วันที่ 1 มกราคม 2560 ถือเป็นหยุดประจำปี เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่…ป้าจะบอกเลยนะคะว่าวันปีใหม่ที่เราหยุดกันอยู่เนี้ย  เพิ่งจะเริ่มใช้มาไม่ถึง 100 ปีเองค่ะ  นั้นสิคะ วัฒนธรรมไทยใหม่ของเรา ก็ต้องตามแบบฝรั่งกันไป เพื่อให้เราเป็น”ผู้ดี” มีอารยะ เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมโลกได้ จะว่าไปก็มีหลายอย่างนะคะ ที่เราคิดว่าเป็นไทยแท้ แต่จริงๆแล้วก็เอาแบบมาจากฝรั่ง อย่างเช่นการยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง ที่เราเอาอย่างอังกฤษ แต่ตอนนี้อังกฤษยกเลิกวัฒนธรรมนี้ไปแล้วนะคะ ก็ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาติเราไป

ที่นี้เข้าเรื่องวันปีใหม่ วันปีใหม่คือวันที่ครบรอบ 1 ปีของโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เพื่อเปลี่ยนปี และนับเวลานั้นเอง ตามประวัติศาสตร์ทั่วโลกก็มีวันขึ้นปีใหม่ที่ต่างกันออกไป วัฒนธรรมมุสลิมก็มี วันที่ 1 เดือนมุฮัรรอม  วัฒนธรรมจีนก็มีตรุษจีน วัฒนธรรมแขกอินเดียที่เรารับมาก็คือ วันมหาสงกรานต์นั้นเอง เห็นมั้ยคะ ว่าวันขึ้นปีใหม่เนี้ยแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนขึ้นอยู่กับระบบปฏิทินที่เรายึดถือกันนั้นเอง

gallery_02012013_38424fa

(ภาพพลุปีใหม่ โดยคุณ Kwan_Rin https://pantip.com/topic/30006411        )

ปฏิทินสากลในปัจจุบันที่ทั่วโลกใช้คือ เรียกว่า ปฏิทินเกรกอเรียน ประกาศใช้ครั้งแรกโดย (อันนี้ไม่ต้องจำก็ได้นะคะ แต่ถ้าจำแล้วเอาไปเล่าต่อก็จะดูฉลาดอะค่ะ ป้าบอกเลย..) ปฎิทินนี้ก็จะดูพระอาทิตย์เป็นหลัก เรียกว่า ปฏิทินสุรยคตินั้นเอง ส่วนปฏิทินที่ดูดวงจันทร์เป็นหลักก็ได้แก่ ปฏิทินจันทรคติไทย หรือปฏิทินฮิจญ์เราะหฺ ของชาวมุสลิมนั้นเองค่ะ

388px-pope_gregory_xiii

(สมเด็จพระสันตะปาปาเกรโกรีที่ 13)

พอมาถึงตรงนี้หลายท่านคงสงสัยว่าแล้วไทยเราใช้ปฏิทินอะไรกันบ้าง จะว่าไประบบปฏิทินบ้านเราเนี้ยก็ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาฮินดู-พุทธ  พวกพงศาวดารต่างๆก็บันทึกปีศักราชด้วยระบบที่ต่างกัน  ไม่ว่าจะเป็นจุลศักราช, มหาศักราช หรือรัตนโกสินทร์ศก ส่วนคำที่ลูกๆคุ้นหูกันน่าจะเป็นจุลศักราชมั้ยคะ?  เป็นระบบศักราชที่เราดูหนังพีเรียดชอบพูดถึง จำพวกเรื่อง”สมเด็จพระนเรศวร” ไงคะ

391px-inter-grav

สำหรับปี “พุทธศักราช” ไทยเราเริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2456 หรือร้อยกว่าปีนี้เองนะคะ โดยนำระบบปฏิทินสุริยคติมาใช้ คือนับวันจากดวงอาทิตย์ ไม่ได้นับจากดวงจันทร์ (คือเลิกนับแบบข้างขึ้น ข้างแรมนั้นเอง) แต่ก็ยังมีวันเปลี่ยนศักราช หรือวันขึ้นปีใหม่ไม่ตรงกับชาวบ้านอยู่นะคะ เพราะสมัยก่อนเราจะยึดตามวันมหาสงกรานต์ ซึ่งวันจะไม่แน่นอนเมื่อเทียบกับฝรั่งเขา (มันจะอยู่ช่วง 13-14 เมษาไงค่ะ)  ที่นี้ในระบบราชการมันจะยุ่งยากมาก ยิ่งประเทศมีการพัฒนาแล้วต้องติดต่อกับต่างชาติแล้วก็ต้องกำหนดวันที่ตายตัวนั้นเอง

u14806166356777372640673332

(รัชกาลที่ 5 : ผู้ประกาศใช้รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) และประกาศให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันปีใหม่)

วันตรุษไทยแบบเก่าถูกยกเลิกลงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกำหนดให้ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่แทน ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ทำให้ปี พ.ศ. กับ ค.ศ. คาบเกี่ยวกันอยู่ เพราะฝรั่งจะเปลี่ยนศักราชในวันที่ 1 มกราคม  โดยสามเดือนแรกในคริสต์ศักราช (มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม) จะตรงกับพุทธศักราชก่อนหน้า เช่น ค.ศ. 1900 สามเดือนแรกจะตรงกับ พ.ศ. 2442 และเดือนอื่น ๆ จะตรงกับ พ.ศ. 2443 งงมั้ยคะ? งง สิ ป้ายัง งงเลย

1409106250

(จอมพล ป. พิบูลสงคราม)

และแล้วเหมือนที่ป้าเคยบอกอะค่ะ ว่าเรารับเอาความคิดแบบฝรั่งมาเยอะอยู่ หลังเราเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยิ่งแล้วใหญ่ ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ไปเป็น 1 มกราคม ให้เทียบเท่ากับสากล โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นต้นไป จึงทำให้ พ.ศ. 2483 เหลือเพียงแค่ 9 เดือน คือเมษายน – ธันวาคม เพราะว่า 3 เดือนสุดท้ายของปี พ.ศ. 2483 (มกราคม – มีนาคม) กลายมาเป็นปีใหม่ พ.ศ. 2484 แล้วนั้นเอง จะว่าจอมพล ป. เนี้ยไม่ว่าประวัติศาสตร์เขียนถึงท่านในแง่ดีหรือร้าย แต่ปฏิเสธไม่ได้วัฒนธรรมสมัยจอมพล ป. หลายต่อหลายอย่างได้ส่งผลต่อคนไทยถึงทุกวันนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นชื่อประเทศไทย คำกล่าวทักทายสวัสดี รวมถึงที่ดินของจุฬาฯ อุ๊ปสสสสสสส์ ! เอาเป็นว่าพักไว้แค่นี้ดีกว่านะคะ

วันนี้ป้าก็ขอมาเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์แบบเบาๆ ให้เรารู้กันว่า 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ในปัจจุบันมันมีที่มาอย่างไร ที่แน่ๆก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษเรานะคะ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เราไม่ต้องมางงกับระบบปฏิทินที่ไม่เหมือนชาวบ้าน ถึงเราจะตามแบบฝรั่งแต่วันสงกรานต์ปีใหม่ไทยเราก็ไม่ได้หายไป เรายังคงให้ความสำคัญอยู่ใช่มั้ยหละคะ

 

สวัสดีปีใหม่ค่า….

ป้าไก่


รักนะคะ

Facebook : เรื่องนี้ไก่จะไม่ยุ่ง

มาอ่านเรื่องเก่าๆของป้าที่นี้!!  http://www.zanzaap.com/author/aunty-kai/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


TOP