2 องศาฯ วิกฤตอุณหภูมิเปลี่ยนโลก

อย่างที่รู้กันว่าโลกร้อนขึ้นทุกวัน
สาเหตุหลักอย่างหนึ่งมาจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นตัวเร่งให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้เกิดการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 หรือ COP21 (Conference of Parties) ที่เป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยของเรา ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน ทั้งจากภาคการเมือง นักวิทยาศาสตร์ และภาคประชาสังคม
โดยมีการเจรจาตกลงเพื่อให้นานาประเทศเห็นพ้องต้องกันในการกำหนดเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤต เมื่อเทียบกับอุณหภูมิในยุคก่อนอุตสาหกรรม ให้ได้ภายในปี 2030 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า
ในส่วนของประเทศไทยเอง มีแผนที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 20-25 ก่อนปี พ.ศ. 2573 โดยในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า 2015 (PDP 2015) ของไทย ได้เดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจกของด้วยการนำเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดที่ทันสมัยมาใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ ซึ่งหมายความว่ามาตรการในการลดก๊าซเรือนกระจกของไทยนั้นต้องเดินตาม PDP2015 ที่เราได้สัญญาไปแล้ว ซึ่งจากข้อมูลเปรียบเทียบระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับประเทศต่างๆ ไทยปล่อยน้อยกว่า จีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น หรือ แม้กระทั่งเยอรมันเสียอีก

การที่ NGOs บางกลุ่มออกมาต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยอ้างว่าเป็นต้นเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการอ้างว่าประเทศไทยต้องยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินให้หมดแล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ยิ่งไม่เป็นความจริงเพราะในการประชุม COP21 ไม่มีการพูดคุยในหัวข้อนี้เลย
การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดไม่ให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ จึงเหมือนกันการตัดโอกาสการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ไม่ให้มีความมั่นคงทางด้านพลังงาน และทำให้ต้องเป็นฝ่ายพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีพลังงานทดแทนราคาแพงจากประเทศพัฒนา ที่เป็นฝ่ายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเสียเอง ซึ่งอาจจะอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนกลุ่ม NGOs ที่มาให้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินก็เป็นได้

co2


TOP