O-Negative ความเหมือนเเละความต่างของ ‘ธัมมชโย’ และ ‘เอ็นจีโอ’

O-Negative
ความเหมือนเเละความต่างของ ‘ธัมมชโย’ และ ‘เอ็นจีโอ’

สัปดาห์ที่ผ่านมาซีรี่ย์ไทยในตำนานอย่าง O-Negative ได้จบลงไปเเล้ว ครั้งนี้นำมารีเมคใหม่โดยแกรมมี่ เเน่นอนว่านักเเสดงก็หน้าใหม่ จะไปเอาแม่ทาทามาอีกรอบคงไม่ไหว ป้าก็นั่งดูกระเเสในทวิตเตอร์หลายคนก็คงอินกับตอนจบแบบเดิมมากไป เลยไม่พอใจกับการจบของเว่อร์ชั่นนี้ที่ดูสดใสโลกสวย อารมณ์หนังรักวัยรุ่นไปซะงั้น ก็ความ 90’s เป็นอะไรที่อินเทรนด์คนยุคนี้ ป้าเองก็อยู่มาหลายยุคหลายสมัย ทุกแฟชั่นทุกอย่างมันก็หมุนกลับมาที่เดิม โลกนี้ก็หมุนวนอยู่เช่นนี้ “เก่ามาใหม่ไป” อย่าไปยึดติดอะไรมันมาก จะให้ทำละครถูกจริตคนทุกคนเห็นทีจะไม่ได้

42524

นักเเสดงเวอร์ชั่นล่าสุด

พูดถึงความ “โอ” นอกจาก “โอ-เนกาทีฟ” ที่เป็นละครแล้ว เราก็มี “โอขั้วลบ” อีกสองโอที่เป็นข่าวในรอบสัปดาห์ที่เเล้วเหมือนกัน นั่นคือ “ธัมมชโย” และ “เอ็นจีโอ” ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพของธัมมชโยนั้นเป็นขั้วลบไปแล้ว (โดยเฉพาะชนชั้นกลางและ Eliteในกรุงเทพ) จากพระเจ้าอาวาสวัดดังมาสู่นักโทษหนีคดี ส่วนโอที่สองก็คือ “เอ็นจีโอ” ขั้วลบอีกด้านของสังคมไทยที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรับรู้นั่นเอง

170224233522-uy4I

ทั้งสองโอ มีความเหมือนกันตรงที่ ‘โอแรก-ธัมมชโย’ เป็นนักโทษหนีคดี มีการกระทำผิดพระธรรมวินัย ถึงขั้นที่สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ก่อนตัดสินให้สึกออกแล้ว เเต่เพราะบารมีของตนที่มากมายในมหาเถรสมาคมจึงทำให้รอดมาได้ เรื่องที่ว่าโอเเรกทำผิดก็เห็นจะเป็นเรื่องเงินๆทองๆ วัดพระธรรมกายคือเครือข่ายวัดพุทธที่รวยที่สุดในประเทศไทย เผลอๆ อาจจะมากที่สุดในโลก เงินบริจาคในวัดไทย ถือเป็นเงินที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะไม่มีกฎหมายมารองรับ การเงินของวัดพระธรรมกายถือเป็นเรื่องที่เร้นลับที่สุดเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ ตอนแรกป้าว่าจะเปรียบเทียบกับสำนักวาติกันของชาวคาทอลิค เพราะที่นั่นก็ได้ชื่อว่ามีความเร้นลับสูงมาก แต่ปรากฎว่าแม้แต่วาติกันเอง เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมาก็มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ทั้งรายรับรายจ่ายเป็นครั้งในประวัติศาสตร์ให้ทุกคนได้รับรู้ (ทรัพย์สินราว 250,000 ล้านบาท) นั่นแหละค่ะ นี่ขนาดวาติกันนะคะ !!!

42525

ยิ้มอ่อนแลกคะเเนน

เราไม่ทราบเลยว่าเส้นทางการเงินของ “ธัมมชโย” ใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง จ่ายให้ใคร ที่น่ากลัวที่สุด มันคือเป็นแหล่งฟอกเงินมั้ย?
สิ่งที่ธัมมชโยทำไม่ต่างกับ “โอที่สอง” เลย นั่นคือ “เอ็นจีโอ” เพราะเราไม่ทราบเลยเหมือนกันว่าเอ็นจีโอได้รับเงินมาจากไหน แล้วนำไปใช้อะไรบ้าง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสาธารณะประโยชน์ แต่กลับปกปิดแหล่งที่มาของเงิน เหมือนคำถามที่ป้าเคยถามไปมากมายก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็เงียบ…เหมือนเป่าสาก!!! ยิ่งพอถามเรื่องจ่ายภาษีเงินได้ฯ ด้วยมั้ย ยิ่งเงียบสงัดไปไม่มีใครตอบ ยังไม่รวมเรื่องฉาวๆ ที่เอ็นจีโอท่านหนึ่งไม่ยอมจ่ายหนี้เงินกู้ กยศ. และยอมให้ศาลฟ้องตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีปัญญาจ่ายหนี้นะคะ ไม่งั้นคงไม่บินไปบินมาได้ขนาดนี้ นี่คือความเหมือนของทั้ง “สองโอ” เพราะไม่มีใครสามารถชี้เเจงรายละเอียดอะไรได้เลย

ความเหมือนอย่างที่สอง ทั้ง “สองโอ” เบื้องหน้าคือคนดี คนที่คอยพิทักษ์ศีลธรรมจรรยา บางคนก็เป็นฮีโร่ของคนบางกลุ่ม ในคราบนักบุญและวีรบุรุษ เเต่กลับเป็นโจรดีๆ นี่เอง แบบนี้ก็เหนื่อยใจอะคะ

7-21

จะให้พูดเเต่ความเหมือนก็ไม่ได้ ความต่างของทั้งสองโอก็มีเช่นกัน ธัมมชโย นั้นเป็นบุคคลที่มีกฎหมายทางศาสนามารองรับ นั่นคือ พรบ.สงฆ์ ส่วนเอ็นจีโอนั้นเเทบจะไม่มีอะไรมารองรับเลย อย่างน้อยๆ ธัมมชโยเราก็รู้ว่าแหล่งที่มาเงินทุนที่สนับสนุนอยู่นั้นเกิดจากคนที่มาบริจาคในศาสนาเป็นส่วนใหญ่ คนที่ให้เงินธัมมชโย ให้เพราะเเรงศรัทธาในพระศาสนา นั่นคือจุดประสงค์ที่ชัดเจนของแหล่งที่มาของเงิน แต่สำหรับเอ็นจีโอเเล้วเราไม่ทราบแหล่งที่มาของเงินนั้นเลย รับจากใครกลุ่มไหน มีผลได้ผลเสียกับสิ่งที่เอ็นจีโอกำลังดำเนินกิจกรรมหรือไม่? อย่างไร? จึงก่อให้เกิดคำถามถึงความบริสุทธิ์ใจในการทำงานของเอ็นจีโอ

นี่คือความน่ากลัวของสังคมนะคะ เมื่อมีคนกำลังกระทำความผิดในคราบของคนดี ถือเป็น Negative ขั้วลบของสังคมไทยที่เราต้องตามให้ทัน

สรุปแล้วทั้ง “สองโอ” ใครน่ากลัวกว่ากันคะลูกๆ

2222


ติดตามป้าได้ที่
“Zanzapp”   www.facebook.com/zanzaap
“เรื่องนี้ไก่จะไม่ยุ่ง” www.facebook.com/kaizanzaap

 

และเรื่อราวเก่าๆของป้าได้ที่ http://www.zanzaap.com/author/aunty-kai/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


TOP