สารคดี “ไม่เอาถ่าน” : เมื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินมา นักท่องเที่ยวจะหนีไป…จริงเหรอ?

สวัสดีค่ะลูก ๆ ก่อนที่จะถึงสงกรานต์  ป้าได้นัดเม้าท์กับเพื่อน ๆ วงแชร์ เอ้ย! เพื่อนเก่าสมัยเรียน ระหว่างนั่งเม้าท์มอยกันที่ห้างดิโอลด์สยาม ป้าก็สะดุดตากับนิตยสารเล่มดังที่ยังต้านทานกระแสโซเชี่ยล ฆ่าไม่ตาย และอยู่คู่แผงมานานกว่า 30 ปีได้อย่างทรนงองอาจอย่าง ‘สารคดี’ เด่นหลาด้วยหน้าปกที่มีคำว่า “เอาถ่านไหม”  แหมมมมมม ก็พอจะเดาได้ว่าคงไม่ใช่ถ่านที่ผสมอยู่ในเครื่องกรองน้ำหรอกใช่ไหมคะ  และก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินค่ะ ไอ้เราก็ตามเรื่องนี้มานาน เลยซื้อหามาดูซะหน่อย เปิดดูคร่าว ๆ อ่านผ่านไว ๆ พลิกไปพลิกมา เนื้อหากว่า 70% อัดแน่นไปด้วยเรื่องถ่านหินและโรงไฟฟ้าภาคใต้เลยนะคะ ป้าเลยตัดสินใจซื้อมาอ่านจนจบ เพราะคิดว่า มันต้องให้คำตอบที่ดีได้แน่ ๆ  แต่ที่ไหนได้ กลับสร้างความผิดหวัง ปวดร้าว!!! ไม่ต่างกับตอนที่ผัวป้าตายใหม่ ๆ เลยค่ะ มันมีหลายเรื่องมากที่ทำให้ป้าต้องผิดหวัง เอาเป็นว่าเรื่องแรกวันนี้ที่ป้ารู้สึกไม่ค่อยโอเคกับตรรกะคือ

“เมื่อมีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วนักท่องเที่ยวจะไม่กลับมาอีก”

คืองี้ค่ะ ในบรรดาบทความในนั้น เป็นธรรมดาที่นางจะขายดราม่า พาดหัวโต ๆ เพื่อดึงดูดคนอ่าน แน่นอนว่าเรื่องนักท่องเที่ยวจะหายไปเนี้ยเป็นเรื่องที่ควรหยิบมาดราม่าอย่างยิ่ง เพราะประเทศเรานั้นพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก ๆ อยู่แล้ว

170406114853-VT71

นางเขียนว่า จากการสำรวจ CHIA โดยสำรวจนักท่องเที่ยวจำนวน 628 คน จะไม่กลับมาอีก ถ้ามีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แหม คุณคะ การสำรวจ Community Health Impact Assessment : CHIA เนี้ย ก็ถือเป็น HIA ระดับชุมชน แต่คุณบอกว่าคุณสำรวจนักท่องเที่ยวฝรั่งหัวแดงด้วย อันนี้ก็ทะแม่ง ๆ แล้วนะคะ ป้าเข้าใจนะคะว่าเรากำลังมองว่าฝรั่งที่เป็นนักท่องเที่ยวที่มานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แต่สำหรับป้าแล้ว การที่คนต่างชาติมาออกความเห็นเรื่องโน้นเรื่องนี้ในประเทศไทย บังคับให้ทำโน่นทำนี้ ถ้าเปลี่ยนความเห็นเป็น “แรงงานพม่าบอกว่าจะกลับบ้านถ้ามีโรงไฟฟ้าถ่านหิน”? พูดแบบนี้พอจะนึกภาพออกมั้ยค่ะ คุณก็ไม่เอามาดราม่าอยู่ดี (เดี๋ยวก็จะมีคนหาว่าป้าเหยียดชาติพม่าอีกมั้ยคะเนี้ย คือแค่ลองเปรียบเทียบให้ดูอะค่ะ) เรารับฟังความเห็นเหล่านี้ได้ แต่ไม่ต้องถึงขั้นเอามาดราม่า เป็นเรื่องใหญ่ใจความ ขนาดที่ต้อง “เน้นตัวอักษร และพิมพ์ลงหน้าใหญ่ ๆ” เห็นมั้ยคะ ใครว่าฝรั่งไม่ใช่พ่อเรา สุดท้ายเราก็โอ๋เขา เอาใจใส่เขามากกว่าหัวดำเอเชียด้วยกันอยู่ดี แทนที่จะเอาประเด็น CHIA ที่ชุมชนคนกระบี่เองมีความเห็นมานำเสนอ กลับเลือกความเห็นของฝรั่งหัวทองมาพาดหัว ตลกมั้ยคะ?

cover385

-ภาพจาก www.sarakadee.com/2017/03/23/385        -issue/-

เรื่องต่อมาคือ ป้ามองว่า ทำไมเราเอา “เรื่องความมั่นคงของชาติ” ไปขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่มานอนแล้วจากไป เพียงแค่คำสัญญาว่า “ฉันจะมาเที่ยวทุกปีนะ” ป้าพูดหลายรอบแล้วค่ะว่าเรื่องไฟฟ้าคือความมั่นคง เราควรโฟกัสกันเอง คิดกันเองมั้ยคะ? แล้วเราแน่ใจได้อย่างไรว่า ถ้าเราไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แล้วเขาจะมาทุกปี? เทียบกันง่าย ๆ เลย “เวลา” ที่เราเสียไปหากไม่เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ต้องสูญเสียไปเท่าไหร่ มันเทียบได้มั้ยคะ กับแค่ความเห็นลมปาก ที่ไม่ได้มีความชัดเจนเหล่านี้ พราะพวกฝรั่งหัวทองพยายามที่จะแช่แข็งเราให้ติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางมาหลายสิบปีแล้ว

article-20141030-b-500x350

-Tachibana-wan เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีขนาดใหญ่ ตั้งในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ Seto naikai ซึ่งมีลักษณะเป็นทะเลใน(Inland Sea) –

นักท่องเที่ยวจากยุโรปที่พูดกันว่ากลัวถ่านหินเนี้ย ถามจริง ๆ ไม่รู้เหรอคะว่าบ้านเขาก็มี ถ้าจะบอกว่าบ้านเขาทยอยปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น ก็เพราะเป็นโรงเก่าที่หมดอายุ มันก็ต้องปลดระวางเป็นธรรมดา แต่เขาก็มีพลังงานด้านอื่นรองรับ แน่นอนค่ะ มันคือโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมไปถึงนิวเคลียร์ด้วย!!! เป็นไงละคะ โลกที่หนึ่งมาบอกเราว่าไม่เอาถ่านหิน เพื่อสนอง need ตัวเองเท่านั้น มันคือความดัดจริตของฝรั่งโลกที่หนึ่ง ที่แค่ต้องการพักผ่อนกับป่าเขาลำเนาไพร สัมผัสความแปลก ๆ แบบบ้านนอก เหมือนตัวเองได้ย้อนยุคอีกครั้ง เพื่อบำบัดความสุขของตัวเองเป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่มีใครมารักอันดามันจริงหรอกค่ะ เขามาแล้วก็ไป อาจจะมาใหม่หรือไม่มาก็อีกเรื่องหนึ่ง แล้วทำไมเราต้องแช่แข็งตัวเอง หยุดการพัฒนาชาติ เพื่อบำบัดความโหยหาชนบทของฝรั่งหัวทอง มันไม่ต่างอะไรกับความคิดของคนกรุงเทพฯ ที่พยายามบอกคนต่างจังหวัดให้พอเพียง แกต้องทำนา ทำสวน ปลูกผักอินทรีย์ มีความเป็นปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักตลอดเวลา ตามโฆษณาโลกสวยทั่วไปที่ได้เห็นกัน โดยที่ทุกคนลืมคิดไปว่า เฮ้ยยย!!! คุณภาพชีวิตที่ดีคือต้องออกไปทำนา สโลไลฟ์เหรอ

1014388-img.saxm4l.10p

เราลืมไปหรือเปล่า ชุมชนต้องพัฒนานะ การพัฒนาไม่ได้แย่เสมอไป และการพัฒนาที่ยั่งยืนมันไปกันได้ค่ะ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ก็เป็นหนึ่งในการพัฒนา เสริมความมั่นคงของชาติ ให้เราสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจกับชาติอื่นได้ (ลองอ่านบทความนี้ดูนะคะ จะได้ไม่งง http://www.zanzaap.com/2017/03/malay/) แล้วโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มาเลย์เนี้ยเล่นตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ มีโรงแรมหรูตั้งอยู่ติด ๆ ไม่นับที่ญี่ปุ่นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินตั้งติดประชิดชุมชนเลย จำนวนนักท่องเที่ยวของมาเลย์และญี่ปุ่นก็ไม่ลดลงไปนะคะ บ้านเมืองเขาก็พัฒนาไปเร็วกว่าบ้านเราด้วย เฮ้ออออออ…

20161011-A01-06

12744237_755461881220523_6130917465042487776_n-600x350

-โรงไฟฟ้าถ่านหินมาเลเซียท่าทกลางพื้นที่ชุ่มน้ำ Ramsar Site เเละพื้นที่ชุมน้ำยังคงอยู่ไม่ถูกถอดออกเเต่อย่างใด-

คนที่ทำร้ายอันดามันที่แท้จริง คิดว่าใครคะ? เฉล๊ย… “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” นั่นแหละค่าาาาาคุณขาาาาา เราอยากได้นักท่องเที่ยวจนตัวสั่น จนลืมไปว่าเราเสียอะไรไปบ้างแล้ว เอาเวลาเหล่านี้ไปเดินดูตามเกาะลันตา มองไปตามไหล่เขาริมหาดในกระบี่ดีกว่านะคะ ว่าป่าชายเลนไหนหายไปบ้าง มีชายหาดไหนถูกรุกล้ำ มีภูเขาลูกไหนผุดเป็นโรงแรมบ้าง ยังไม่รวมเรื่องนักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ทำลายระบบห่วงโซ่อาหาร โดยการให้อาหารปลา ป้าไม่เห็นมีใครไปประท้วงเลยค่ะ

น้ำเสียกระบี่-น้ำเสียสีดำจากโรงเเรมในอ่าวนาง จ.กระบี่ ภาพจาก www.matchon.co.th-

สรุปคนเขียนเรื่องนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนกระบี่ “เสรีชน” แต่เป็นเสรีชนที่ต้องเลือกสู้กับบางคนเท่านั้นนะคะ พอเป็นเรื่องด้านมืดที่คนกระบี่ทำด้วยกันเองกลับไม่พูดถึงเลย ถ้าอย่างงั้น คิดแบบง่าย ๆ นะคะ ถ้ารักอันดามันมาก “ก็ไม่ควรมีนักท่องเที่ยวเหมือนกันค่ะ”

ท้ายนี้ป้าฝากไว้ให้คิดนะคะ ก่อนโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมา “อันดามันเราไม่เคยโดนทำลายหรือคะ”
ทำไมหนังสือ ‘สารคดี’ ที่ป้ารัก ไม่พูดถึงเรื่องนี้บ้างเลยคะ?
สารคดี ” เอาถ่านไหม? “
ตามอ่านมาตั้ง 33 ปี เพิ่งรู้เลยวันนี้ค่ะว่า “ไม่เอาถ่านจริง ๆ”

 


รักนะคะ ป้าไก่

ติดตามป้าได้ที่
“Zanzapp”   www.facebook.com/zanzaap
“เรื่องนี้ไก่จะไม่ยุ่ง” www.facebook.com/kaizanzaap

 

และเรื่อราวเก่าๆของป้าได้ที่ http://www.zanzaap.com/author/aunty-kai/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


TOP