ท่องเที่ยวไทยผวา!!! ถ้ายังอยากเป็นเบอร์หนึ่ง ต้องพึงระวัง NGOs

ภาพ cover จาก posttoday


ออกโรงเตือนกันแรง ๆ ในช่วงนี้นี่ไม่ใช่คำนายจากนางสงกรานต์ประจำปี 60 แต่อย่างใดนะคะ แต่เป็นข้อห่วงใยจากป้าไก่เองค่ะลูกๆ… ใคร ๆ ก็รู้กันใช่ไหมล่ะคะว่าเบอร์หนึ่งด้านการท่องเที่ยวเอเชียนาทีนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘ไทยแลนด์’ แดนออฟสไมล์ของพวกเรานั่นเองค่าาาาา….. แต่วันนี้ป้ามีอะไรจะมาเหลาให้ฟังกันนะคะถึงการตั้งข้อสังเกตแบบเผือก ๆ ของป้า เรื่องมันมีอยู่ว่า…..

วันสงกรานต์-สงกรานต์ที่รัฐบาลอยากจะเห็น-

204956_10150263697974951_6209034_o-และนี่คือสงกรานต์ที่ป้าเห็นค่ะ-

ช่วงเดียวกันนี้ของทุกปี เราไม่เคยหนีกระแสความดราม่าของประเทศเพื่อนบ้านได้พ้นเลยสักที อย่างเวลา BBC หรือ CNN นำเสนอข่าวช่วงเทศกาลสงกรานต์ในบ้านเรา ก็จะมีคอมเมนต์ค่อนขอดจากเพื่อนบ้านลอยลมมาเข้าหูกันอยู่เนือง ๆ

“สงกรานต์ บ้านข้อยก็มี ทำไมสูถึงคึดว่าสงกรานต์คือประเพณีไทยคนเดียว”

อารมณ์เดียวกับโขน ท่ารำท่าฟ้อน หรือการยกมือพนมไหว้ ก็เคยกลายเป็นประเด็นน้ำผึ้งหยดเดียวมาแล้ว

137761-new-646834-ชาวกัมพูชาเคลื่อนไหวในโลกโซเชี่ยล กรณีการขึ้นทะเบียนโขน เป็นมรดกทางวัฒนธรรม-

เอาจริง ๆ เรื่องวัฒนธรรมในแถบนี้เนี้ยมันก็พูดยากว่าใครมาก่อนมาหลังนะคะ สุดท้ายเรา ๆ ก็รับมาจากอินเดียกันทั้งนั้น เเต่ไม่เห็นมีคนอินเดียมาทวงวัฒนธรรมจากคนอุษาคเนย์เลย อันนี้เถียงไม่ได้นะคะ

ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะฝรั่งเขาเกิดภาพจำฝังลึกลงใน Top of Mind กันไปแล้วว่าถ้าเป็นการไหว้ ก็ต้องนึกถึงคนไทยมากกว่าชาติเพื่อนบ้านเรา

ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นผลพวงมาจากการที่พี่ไทยเรา โปรโมทเก่งค่ะ ดูอย่างหนังโฆษณาสิคะ ออกมากี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็ไปกวาดรางวัลกันมาแล้วเป็นว่าเล่น เเน่นอนมันส่งผลต่อการท่องเที่ยวด้วย แคมเปญ AmazingThailand ถือเป็น Grand Opening ของยุคเที่ยวไทยใหม่ที่ตัดสายสะดือทำคลอดกันมาแต่อ้อนแต่ออกก่อนปี 2000 โดย ททท. สมัยนั้น ต้องปรบมือรัว ๆ ให้ เพราะยังความสำเร็จจวบจนทุกวันนี้ ทำให้หลายประเทศรอบ ๆ เราต่างอดรนทนไม่ได้ต้องเข็นแคมเปญใหญ่กว่าออกมาเพื่อโปรโมทแย่งนักท่องเที่ยวกับเรา พักหลัง ๆ เราอาจจะได้ยิน Malaysia Truly Asia หรือ Your Singapore ทั้งผลักทั้งดันกันออกมาสู้กับเราแบบเอาเป็นเอาตาย ก็ยังล้มพี่ไทยไม่ลง

TAT-logo-500x300

-LOGO ล่าสุด ของ Amazing Thailand แคมเปญการท่องเที่ยวที่ประสบผลสำเร็จอย่างมาก-

นี่ยังไม่ได้นับรวมกระแส Thai Trend Fever ในจีนที่อินติดกันงอมแงมกับหนังและละครไทย ถึงขั้นจัดทริปมาทัวร์ตามรอยกันอีรุงตุงนังไปหมด ลุกลามไปถึงเรื่องอาหารการกินในญี่ปุ่นซึ่งตอนนี้ไม่ว่าจะต้มยำกุ้งหรือผัดไทยได้กลายเป็นเมนูพื้น ๆ เบ ๆ ไปเเล้วสำหรับคนที่นั่น คนญี่ปุ่นเขากำลังบ้าผักชีแบบเหมือนที่บ้านเราเคยบ้าชาเขียวกันอะค่ะ ขนาดที่เรียกชื่อทับศัพท์ว่า ‘ผักชี’ กันได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ ไหนจะเเกงเขียวหวาน ข้าวมันไก่ และข้าวเหนียวมะม่วงก็ได้ไปปักธงยึดหัวหาดแจ้งเกิดดังเป็นพลุเเตกวันเฉลิมบนแผ่นดินอาทิตย์อุทัยเรียบร้อยโรงเรียนเซเลอมูนเช่นกัน
17203246_344972282563373_6826790040912327930_n

-กระเเสผักชี เเละภาษาไทยที่แปลจากกูเกิ้ล-

1373903167-1003995319-o-ละครไทยในแผ่นดินจีน-

ไม่ต้องสงสัยนะคะว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เคล็ดลับความสำเร็จตรงนี้เห็นทีจะมาจากการที่คนไทยเราไม่กลัวที่จะรับวัฒนธรรมและวิทยาการใหม่จากต่างชาติไงค่ะ ทุกเทศกาลพี่ไทยมีหมดจะตรุษจีน วาเลนไทน์ พอมาถึง ฮาโลวีน คริสมาสต์ เราก็จัดเต็ม ยิ่งช่วงปลายปีที่ทุกห้างต่างชิงแชมป์เเข่งขันประดับประดาไฟเพื่อแย่งลูกค้าขาช้อปนักเที่ยวนักเซลฟี่กันอุตลุด หรือดูอย่างสงกรานต์สิคะ เราก็มีสงกรานต์ EDM เต้นกันสุดเหวี่ยง ป้าไม่ได้มองว่าเรากำลังอ่อนแอทางวัฒนธรรมเลยนะคะ เพราะเทรนด์ของโลกมันเปลี่ยน เรากำลังเป็น “พลโลกไม่ได้เป็นเเค่พลเมืองไทย” นะคะ อันนี้คือการเปิดรับและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างหาก ป้ามองว่านี่คือข้อดีของบ้านเรา (ไว้คราวหน้าป้าจะมาเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้างที่เราหยิบยืมมาจากธรรมเนียมฝรั่งดั้งขอนะคะ)

thai1-คนโปรโมทสร้างภาพก็ทำไปนะคะ  แท็กซี่ในลอนดอน กับการโปรโมทของการบินไทย-

ไหน ๆ ก็บ่นเรื่องท่องเที่ยวแล้ว ป้าก็ขอพูดเรื่องนี้ต่อไปให้จบละกัน ความจริงวันนี้ปฏิเสธกันไม่ได้ใช่ไหมคะว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือรายได้หลักของรัฐไทย? ในขณะเดียวกันเราเองก็ต้องสูญเสียทรัพยากรไปมากมายเพื่อเเลกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นในเเต่ละปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเองก็ดูจะภูมิอกภูมิใจในผลงานของตนเองกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น แต่เราอาจจะลืมอะไรไปหรือเปล่า บ้านเราต้องสูญเสียอะไรไปเท่าไหร่ เราลืมไปเลยว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนี่แหละที่ทำลายธรรมชาติบ้านเราเหมือนกัน แต่ละปีเรารับนักท่องเที่ยวปีนึงเหยียบ 30 ล้านนางนาย บวกกับประชากรไทยในบ้านตัวเองอีก 70 ล้านคน ลองจินตนาการดูนะคะว่าเราต้องมีน้ำ มีไฟ มีอาหาร และสาธารณูปโภคพื้นฐานอีกเท่าไหร่ถึงจะรองรับคนเรือน 100 ล้านต่อปีได้ ในขณะที่บ้านเราก็ประกาศกันปาว ๆ ว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุ วัยแรงงานกลับลดลงสวนทางกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดหวังกันไว้สูงปรี๊ด ทุกอย่างคือต้นทุนของบ้านเราทั้งนั้น ป้าว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองก็น่าจะรู้ ถึงพยายามผลักดันให้เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนมากขึ้น เน้นคุณภาพ เน้นเม็ดเงินมากกว่าปริมาณซึ่งจะได้ไม่คุ้มเสีย อันนี้ต้องปรบมือให้เช่นกันที่ยูเรก้ามาถูกทางกันเสียที

626424.rhvtw1j20pv-อันดามันเหมือนเดิมไม่เคยโดนทำลายเลยนะคะ หุหุ –

ต้องมีน้ำ มีไฟ มีอาหาร และสาธารณูปโภคพื้นฐานอีกเท่าไหร่ถึงจะรองรับคนเรือน 100 ล้านต่อปีได้

master-1
– ปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากรุงเทพฯ ย่อมหมายถึงนักเที่ยวจำนวนมหาศาลที่จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดต่างๆ-
Slide12-เวียดนาม-ฮานอยมีอัตราการเติบโตที่พอๆกับเรา หากเรายังย่ำอยู่กับที่ ก็เรียบร้อยโรงเรียนเหงียน-

คนที่โปรโมททำงานเพื่อหน้าตาชาติบ้านเมืองก็ทำไป แต่ก็ไม่วาย มีคนดราม่าคอยขัดแข้งขัดขาคนไทยกันเอง การที่เราเป็นเบอร์หนึ่งเรื่องท่องเที่ยวในเอเชียไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะคะ มันมาจากหลาย ๆ อย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดี พวกน้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวกนี่แหละค่าาาาา…. อย่างที่พม่าเนี้ยไฟฟ้าไม่ได้มา 24 ชั่วโมงนะคะ ต้องผลัดกันใช้ มีเวลาเปิดปิด หรือที่อินโดนีเซียบางเกาะไฟฟ้ามาแบบติด ๆ ดับ ๆ เดิน ๆ อยู่ในห้างไฟดับเฉย… คนที่นั้นก็เดินต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เเต่ลองจินตนาการดูนะคะว่าถ้าบ้านเราเป็นแบบนั้น ระบบเศรษฐกิจจะเสียหายเเค่ไหน เเค่คิด…พี่ไทยหลายคนก็กรี๊ดลั่นแล้วค่ะ

ฐานเศรษฐกิจ

อย่างเรื่องโรงไฟฟ้าที่กระบี่ที่ประท้วงกันอยู่ นั่นก็เรื่องต้นทุนการพัฒนาประเทศ อย่าลืมนะคะว่าสร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้สร้างเสร็จภายในปีเดียว มันคือ 6-7 ปีด้วยซ้ำ มันดูย้อนแย้งกับคำพูดก่อนหน้านี้ของคุณพี่ NGOs ที่ลงในนิตยสารสารคดีมั้ยคะ ? (ลองคลิกอ่านอันนี้ดูนะคะ http://www.zanzaap.com/2017/04/sarakadee/)  NGOs บอกว่าถ้าเรามีโรงไฟฟ้านักท่องเที่ยวจะไม่มา ซึ่งป้าก็ได้ตอบไปแล้วนะคะว่ามันไม่จริง นักท่องเที่ยวจะมาเหมือนเดิม และมากันมากกว่าเดิมมืดฟ้ามัวดิน เเละสิ่งที่ควรคำนึงมากกว่าคือ “การต้านโรงไฟฟ้า” นั่นแหละค่ะ ที่ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคใต้ ย้ำอีกทีว่านี่คือต้นทุนของประเทศที่เราต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวนั่นเอง พูดง่าย ๆ ถ้ายังอยากจะเป็นเบอร์หนึ่งทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพในเอเชียอยู่ล่ะก็ โรงไฟฟ้านี่ต้องรีบสร้างด้วยซ้ำ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของเรา เพราะทุกวันเราใช้ไฟฟ้า อย่างน้อย ๆ ก็ชาร์จแบตไอโฟน แม้เเต่ NGOs ผู้ไม่เอาถ่านหิน ก็ยังชาร์จแมคบุ๊คของท่านด้วยไฟฟ้าที่ผลิตมาจากฟอสซิลนะคะ

สิ่งที่ควรคำนึงมากกว่าคือ “การต้านโรงไฟฟ้า”

3gw1Pi5Tue73852-ขอบคุณภาพจากกรีนพีชนะคะ แหมรู้เลยนะคะว่าใครออกตัวเเรงเรื่องนี้-

เมืองไทยนี้มีดีเยอะนะคะ ป้าพูดเลย เเต่ต้องติดหล่มอยู่เเค่กับคนบางกลุ่มเท่านั้น ถ้าเปรียบประเทศก็เหมือนคอมพิวเตอร์ พวก NGOs ต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเรานี้ก็คงเปรียบเหมือนไวรัสในเครื่องอะค่ะ อยู่ในเครื่องเขาแท้ ๆ แต่ไม่มีประโยชน์อันใดเลย นอกจากสร้างความวุ่นวายและจ้องจะทำลายซอฟเเวร์ในเครื่อง แถมบางตัวตีมึนฝังตัวอยู่เป็น spyware คอยดึงข้อมูลส่งกลับไปให้คนที่ส่งมาอีกต่างหาก อันนี้ป้าก็ได้แต่สังเวชใจ แต่เอาเถอะค่ะ! ประเทศก็ต้องมีอัพเกรดซอฟแวร์กันบ้าง มัวเเต่จะให้ใช้เวอร์ชั่นเก่า สักพักเราก็จะตกรุ่น คอนเนคกับเครื่องอื่น คุยกับชาวบ้านเค้าไม่ได้เอานะคะ

1491922207156-มาเลเซียก็สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนะคะ เเต่นักท่องเที่ยวพุ่งเอาๆ ประเด็นคือรายได้จากการท่องเที่ยวกลับสูงกว่าเดิมมากด้วย –

เอาล่ะค่ะ ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป ใครที่ทำดีทำเพื่อชาติให้มั่นคงยั่งยืนป้าก็ขอไหว้สาให้คุณพระคุ้มครองป้องภัย ส่วนใครที่รับเงินต่างชาติมาเเช่เเข็งบ้านเมืองตัวเองไม่ให้พัฒนา อันนี้ป้าก็ต้องปล่อยไปค่ะ เพราะป้าแก่แล้วพลังแรงไม่พอ ได้แต่ขอวิงวอนให้คนที่มีพลังวัตรแก่กล้าเขาจัดการต่อด้วยนะคะ…เฮ้อออออออออออ

เตือนแล้วนะคะ ‘ท่องเที่ยวไทย’ ถ้ายังอยากเป็นเบอร์หนึ่ง ต้องพึงระวัง NGOs นะคะ พูดเลย….

 


รักนะคะ ป้าไก่

ติดตามป้าได้ที่
“Zanzapp”   www.facebook.com/zanzaap
“เรื่องนี้ไก่จะไม่ยุ่ง” www.facebook.com/kaizanzaap

 

และเรื่อราวเก่าๆของป้าได้ที่ http://www.zanzaap.com/author/aunty-kai/


TOP