85 ปี ประชาธิปไตยไทย EP.2 : ปิดจุดบอด ร.ร.นายร้อย ด้วย “Business”

สวัสดีค่ะลูก ๆ นี่นู๋กำลังอยู่กับ ep.2 ของเรื่องประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่ป้าได้บ่น เอ้ย! สาธยายความไท๊ยไทยที่เราเป็นอยู่คือกันทุกวั๊นทุกวัน

บทสรุปของเรื่องนี้คือ เรามีนายกรัฐมนตรีมากถึง 29 คนในรอบ 85 ปีที่ผ่านมาค่ะ 
เฉลี่ยคนนึงมีอายุงานบนเก้าอี้ตัวนี้ 2.9 ปีเท่านั้นเอง ฮ่วย!!!

เห็นมั้ยล่ะคะ ว่าเราจะวิ่งแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร ในเมื่อการเมืองของเราเองก็ยังไม่นิ่งแบบชาวบ้านชาวช่องเค้าเลยค่ะ กวาดตามองไปรอบข้างสิคะ การเมืองที่นิ่งอย่างสิงคโปร์และมาเลย์เนี่ยทำให้ทั้งสองชาติต่างเขย่งก้าวกระโดดเลยนะคะ ไม่ได้กระโดดธรรมดา ๆ นี่ถ้าให้นิยามจังหวะการก้าวของสิงคโปร์ ป้าขอเรียกว่า “ค้ำถ่อ” เลยอะค่ะ เพราะตอนนั้นที่ทางรัฐมลายาทั้งหมดรวมหัวกันเฉดหัวไล่ส่งสิงคโปร์ให้นางอยู่โดดเดี่ยวเนี้ย “นายกฯ ลีกวนยู” ถึงขั้นดราม่าแสดงละครฉากเรียกน้ำตาครั้งใหญ่ออกทีวีเลยทีเดียว นี่ไม่รวมวาทะเด็ดตอนที่ลีกวนยูไปเยือนพนมเปญเมืองหลวงราชอาณาจักรกัมพูขา เเละเอ่ยปากยาหอมหยอดใส่ไปว่า “สักวันสิงคโปร์จะต้องเจริญให้เท่าพนมเปญให้ได้” แหมๆ มาดูตอนนี้สิคะ แบบนี้ไม่ให้ป้าเรียกสิงคโปร์ว่ากระโดดใช้ไม้ค้ำถ่อได้อย่างไร???

CAw_kkiUQAE3sd4

-ฉากเรียกน้ำตา เรียกนักลงทุน ฉากใหญ่รัชดาลัยเทียร์เตอร์ค่ะ-

กลับมาที่บ้านเราหน่อยค่ะ  85 ปี ประชาธิปไตยที่เราชอบเรียกว่า แบบไทย ๆ เนี้ย เราผ่านการมีนายกฯ มาแล้ว 29 คนอย่างที่บอกไปแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีรัฐประหารมากถึง 13 ครั้ง

โอ้ววว…แม่เจ้าาาาาาาาาาาา ขึ้นติด TOP TEN โลกไปแล้วเรียบร้อย

ep 2_๑๗๐๖๑๖_0006
ซึ่งถ้าเราจะมองให้ลึกลงไปแล้ว นายกรัฐมนตรีทั้ง 13 คนที่มาจากฝั่งทหารเนี้ยก็อยู่ในอำนาจยาวนานซะด้วย ต่างกับรัฐบาลพลเรือนที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ พอจะอยู่ได้นานหน่อยก็โดนรัฐประหารโค่นลงมาซะงั้น กลายเป็นวังวนกรรมเกวียนกงเกวียนจริงจริ๊งค่ะ !!

วันนี้นอกจากเราจะมาทำความรู้จักกับนายกรัฐมนตรีทั้ง 29 คนของไทยว่าชื่อเรียงเสียงไรกันบ้าง ป้ายังห้อยท้ายขายของให้ด้วยว่าแต่ละนางนายนั้นเรียนจบจากที่ไหนกันมาบ้าง พอดู ๆ แล้ว เพื่อให้หลาน ๆ จำกันง่ายขึ้น ป้าเลยขออัญเชิญ ฯพณฯ นายกทั้ง 29 นางนายมาจัดหมวดหมู่รวมดาวซะใหม่ เห็นจะได้ 4 กลุ่มนะคะ ได้ความว่า

 

1.กลุ่มโรงเรียนนายร้อย

 

zanzaap ทำเนียบนายก-03

กลุ่มนี้มีมากสุด คือ จากโรงเรียนนายร้อยฯ ถึง 13 คนเลยนะคะ ที่สำคัญมาจากโรงเรียนนายทหารบกมาที่สุดด้วย อิอิ

2.กลุ่มธรรมศาสตร์และการเมือง

 

zanzaap ทำเนียบนายกมหาลัย-01

กลุ่มนี้รองลงมา คือ 8 คน ในที่นี้ป้าขอเหมารวมคนที่จบจากโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรมทั้ง 4 คนไปอยู่ในกลุ่มธรรมศาสตร์และการเมืองด้วยนะคะ เพราะยังไงเสียเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรมนั้นเป็นฐานรากที่พัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปัจจุบันค่ะ

3.กลุ่มนักเรียนนอก

 

zanzaap ทำเนียบนายก-02

กลุ่มนี้มี 6 คนเลยนะคะ ซึ่งจบจากฝรั่งเศส 2 คน และอังกฤษอีก 4 คน

4.กลุ่มแปลกใหม่ไม่เข้าพวก

 

zanzaap ทำเนียบนายก-04

กลุ่มนี้มาจากมหาวิทยาลัยเปิดที่ใหญ่ที่สุดของไทย คือ “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” 1 คน และจากมหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรกของไทยตามแผนพัฒนาชนบทในยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นั่นคือ “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” อีก 1 คน

เห็นมั้ยค่ะว่า เรามีนายกมาจากฝั่งทหารมากที่สุด ซึ่งป้าว่าบางทีการพัฒนาประเทศมันก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้นำด้วยว่ามั้ยคะ ? อย่าหาว่าอย่างโน่นอย่างนี้เลยนะคะ แต่มูลเหตจูงใจให้บ้านเรามีโรงเรียนนายร้อยเนี้ยไม่ได้ตั้งใจให้คนที่จบออกมามานั่งบริหารประเทศเป็นนายกรึเปล่าคะ แต่ทำไมเราถึงมีนายกเป็นทหารกันมากมายขนาดนี้

 

ep 2_๑๗๐๖๑๖_0003

 

แต่ถึงกระนั้น ดั๊นว่าก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ก็ดูเกร๋ไกร๋ไปอีกแบบ ปกติคนที่จะขึ้นชั้นผู้นำประเทศเค้าก็ควรเรียนจบพวกรัฐศาสตร์บริหารรัฐกิจมาให้มีพื้นฐานศาสตร์การบริหารประเทศ รู้ protocol การบ้านการเมืองอะไรทำนองนั้น แต่เมื่อมาถึงจุดนี้มันย้อนไปแก้อะไรไม่ได้ละ ใครจะจบอะไรมาเนี่ยคงจะไม่สำคัญสำหรับบ้านเราอีกต่อไป ในเมื่อคุณพี่ทหารก็แหกด่านมะขามเตี้ยแอ่นแอ๊นกันเข้ามาแล้ว ซึ่งก็คงทราบดีว่าวันนี้มันไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ทำให้ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ที่มันเชื่อมโยงถึงกันหมดด้วยปลายนิ้ว เพราะนี่คือยุคที่เราไม่ได้ใช้กำลังเเสนยานุภาพทางทหารเข้ารุกรานอาณาจักรอื่นเพื่อสร้างความมั่งคั่งของตัวเองไงค่ะ นี่มันเป็นยุคที่เค้าใช้เรื่องการค้าการลงทุนเป็นตัวนำ เรื่องปากท้องประชาชนต้องมาก่อน ต้องขับเคลื่อนประเทศกันด้วย Business ใครเสียเปรียบเสียเหลี่ยมเพลี่ยงพล้ำนี่ก็ง่อยแ-กกันไปนะคะ ไม่ทันกิน ก็อดไป ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล ประเทศเป็นเกาะมีแต่น้ำทะเลล้อมรอบ ไม่มีทรัพยากรอันใดอย่างสิงคโปร์ ทำไมถึงพัฒนาตัวเองไปอยู่แถวหน้าของโลกได้ขนาดนั้น น่าคิดมั้ยล่ะคะ

 

1497612067218-ภาพจาก BBC THAI –

ล่าสุดค่ะ เรามี lesson learn ให้ไว้เป็นกรณีศึกษา ในห้วงช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาที่คุณพี่ คสช. เข้ามาช่วยกันเก็บกวาดบ้านเมืองให้เข้าที่เข้าทางนั้น มีหลายหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับเกียรติจากทหารทุกเหล่าทัพตบเท้าเข้านั่งเป็นบอร์ดกันดาษดื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ TOT หรือองค์การโทรศัพท์แต่เดิมนั่นเอง ซึ่งล่าสุดเพิ่งประกาศตัวเลขผลประกอบการออกมาให้สาธุชนได้อนุโมทนากันไป พบว่าแต่เดิมช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ TOT เคยมีกำไรถึง 1,947 ล้านบาท มาปีนี้ขาดทุนจั๋งหนับบุเรงนองถึง 5,888 ล้านบาท OMG!!!!  ป้านี่สะตั๊นไป 3 วิ และที่เซอร์ไพรส์กว่านั้น คือ “รฟม.” การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเคยฟันกำไร 3,000 ล้านบาท ปีนี้สวม converse สวนทางกลับมาขาดทุนจิ๊บ ๆ 1,000 ล้านบาท ไปกลับก็หายไปเบา ๆ 4,000 ล้านบาท ชื่นใจกันไหมคะ รถไฟฟ้าเห็นคนเค้าก็ใช้กันอยู่ทุกวันแถมมีแนวโน้มจะใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มันมีปัจจัยอะไรเหรอคะที่ทำให้ขาดทุนรูดมหาราชได้ขนาดนั้น อันนี้ป้าก็ถามในฐานะชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรกะเค้าเลยนะคะ….

 

1497612100613

-ภาพจาก BBC THAI-

งานนี้ป้าว่า ทางที่ดีที่สุดเห็นทีเราคงต้องฝากความหวังไว้ที่โรงเรียนนายร้อยฯ แล้วล่ะคะ ที่ต้องหามือดีมายกร่างปรับปรุงหลักสูตรเพิ่มให้มีการเรียนการสอนในกลุ่มวิชา Business เข้าไปหน่อยนะคะ ให้ว่าที่นายกของเราในอนาคตมี Business Mind บ้างอะไรบ้าง ป้าว่ามันน่าจะเป็นทางเดียวที่ทำให้เรามีว่าที่นายกที่ดูสมาร์ทกว่าชาติไหน ๆ ในภูมิภาค

ก็คิดดูสิคะ เป็นได้ทั้งชายชาติทหารเชี่ยวชาญความมั่นคง มีสายสัมพันธ์อันดีกับกลุ่ม Elite ชนชั้นสูงช่วยค้ำเก้าอี้ให้อยู่ในอำนาจได้อย่างสะดวกโยธิน แล้วยังเก่ง Business อีกต่างหาก…โอ้วววววว!!! นี่มันสเปคอภิมหานายกในตำนานเลยนะคะ

 

170403153142-4837

 

เพราะถ้าจะให้พูดว่า บ้านเรามีรัฐประหารมา 13 ครั้งแล้วจะไม่มีครั้งที่ 14 อย่างแน่นอน นี่คงไม่มีใครกล้าพูดได้เต็มปากใช่ไหมล่ะคะ ป้ารู้ว่าพูดไปแล้วมันก็อาจจะดูเขิน ๆ หน่อย ก็ไม่ต้องพูดก็ได้ เปิดช่องไว้หน่อยก็ดี ไม่มีใครหยั่งรู้อนาคตได้ เผื่อวันนึงต้องใช้บริการทหารจะได้ไม่กระดากอายไงล่ะคะ

เอาล่ะคะ ได้จังหวะปิดจุดบอดที่อ่อนเรื่องเศรษฐกิจกันแล้ว แค่เติมเรื่อง Business เข้าไปในหลักสูตรโรงเรียนนายร้อยฯ ซะตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้อง ๆ หลาน ๆ ทหารรุ่นใหม่ จะได้จบออกมาครบเครื่องพร้อมเป็นนายกที่ไร้เทียมทานเชี่ยวชาญทั้งบุ๋นบู๊และเป็นกูรูเศรษฐกิจในคนเดียวกันเลยไงล่ะคะ เชื่อป้าไก่สิ

 

zanzaap ทำเนียบนายก-05

Oops!!! ว่าเเต่…

“เสาหลักของแผ่นดิน” ที่อยู่มาถึง 100 ปีแล้ว

ไม่น่าเชื่อ!!! ว่ายังไม่ได้โควต้านายกกับเค้าบ้างเลยเหรอคะ

ไหนว่า “ทั่วราชอาณาจักรนี้เราเป็นหลักอยู่แต่ละส่วน”

ก็ลองส่งใครเข้าไปปักหลักในทำเนียบรัฐบาลดูบ้างไหมล่ะคะ
ดั๊นก็อยากเห็นนายกฯจากรั้วจามจุรีบ้าง

ว่าจะนำพาประเทศชาติไปในทิศทางใด

เอ้า !! ลุ้นกันหน่อย เอาใจช่วยนะคะ

 

เรื่องประชาธิปไตยแบบไท๊ยไทยนี่ถ้าจะให้เท้าความก็ลองกลับไปอ่าน ep.1 กันได้นะคะ

และเรื่องนี้ก็ยังไม่น่าจะจบลงง่าย ๆ สงสัยคงต้องมี ep.3 นะคะ

…to be continue…กันยาว ๆ ไปค่ะ

 

สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


TOP