เมื่อทรัมป์ไม่เชื่อว่าโลกร้อน แล้วคนไทยเราจะว่าไง?

Credit รูป cover จาก CNN

คำเตื่อน! ภาพประกอบของเนื้อหา 18+ นะคะ

 

เอาละค่ะลูก ๆ วันนี้ป้าขอพาพวกนู๋ ๆ ยกระดับความสู่รู้ไปดูความเป็นไปของโลกกันบ้างนะคะ เพราะบางทีการเอาแต่อยู่ในกะลาแลนด์แดนมหัศจรรย์ก็ทำให้เราอาจหลงยุคตามคนอื่นเค้าไม่ทันได้เหมือนกันนะคะ

ลูก ๆ ขาาาาาา นาทีนี้ถนนทุกสายต่างมุ่งตรงสู่ทำเนียบขาวกันแล้วนะคะ เค้ากำลังจับตาดูท่าทีของ “ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่ใส่เกียร์หมาเดินหน้าขมีขมันเร่งขับเคลื่อนนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ให้เป็นรูปธรรม พูดง่าย ๆ นางโนสน โนแคร์ หน้าอินทร์ หน้าพรหม ไม่เอายม ไม่เอายักษ์ อะไรทั้งสิ้น มุ่งแต่จะพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของอเมริกันชนสถานเดียวค่ะลูก ๆ ซึ่งก็ถือเป็นสิ่งที่ทรัมป์พึงกระทำได้โดยชอบธรรม เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่เหนี่ยวนำให้นางชนะเลือกตั้งมีชัยเหนือมาดามฮิลลารี่ คลินตัน ชนิดหักปากกาเซียนทุกสำนักในช่วงปลายปีกรายที่ผ่านมา ซึ่งนโยบายที่ทรัมป์ได้หาเสียงไว้ที่ก่อนหน้ามีแต่คนหัวเราะเยาะหยันกำลังถูกทยอยนำมาเขย่าขวัญหลอกหลอนประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็นการไถเงินรัฐบาลเม็กซิกันสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเพื่อระงับยับยั้งการลักลอบเข้าเมืองมาแย่งงานคนอเมริกันและสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสหรัฐไปในคราวเดียวกัน นี่ยังไม่นับมาตรการคัดกรองคนมุสลิมจากชาติอาหรับไม่ให้เข้าสหรัฐคือ พูดง่าย ๆ ไม่ออกวีซ่าให้นั่นเองใครจะทำไม สร้างความไม่พอใจให้ประเทศในโลกมุสลิมอย่างหนักหน่วงจนศาลสูงสหรัฐต้องออกมาแตะเบรคเรื่องนี้จนรัฐบาลทรัมป์หัวทิ่มหัวตำเสียรังวัดไปพักใหญ่

อ่านนโยบายทรัมป์เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

trump-anti-muslim

320E871E00000578-3485353-image-a-1_1457602203629

แต่ดูเหมือนว่าความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกรัว ๆ ไป เพราะเพิ่งมีเรื่องแซ่บแสบทรวงเรื่องใหม่รายสัปดาห์เข้ามาอีกแล้วค่าาาา เมื่อทรัมป์สะบัดบ๊อบส่งสัญญานคลื่นความถี่สูงจ้องล้มดีลความตกลงปารีส หรือ COP21 ซึ่งเป็นมหกรรมลดโลกร้อนที่มวลมนุษยชาติเค้าตื่นตัวหาแนวทางการรักษาสภาพอากาศโลกไม่ให้ร้อนไปกว่านี้ หรือที่ฝรั่งเค้าพูดกันปาว ๆ ว่า “Global Warming”

หลายคนก็งงอะเด้ !!! ว่าเรื่องนี้บ้านเราไปเกี่ยวอะไรกับเค้าด้วยล่ะ แหม! ก็จะไม่ให้เกี่ยวได้ยังไงล่ะคะ ก็ “ความตกลงปารีส” ตัวนี้เนี่ย นายกลุงตู่ของเราอุตสาห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเฮละโลสาระภาพาชาติไทยเกาะขบวนไปกับเค้าด้วยเมื่อ 2 ปีมาแล้วเห็นจะได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราเองก็เป็นหนึ่งในองคาพยพรักษ์โลกกับเค้าด้วยยังไงล่ะคะ ซึ่งที่มาที่ไปของเรื่องโลกร้อนเนี่ยก็น่าจะมาจากที่เมื่อหลายปีก่อน มีเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมพาเหรดกันออกมาบอกว่า

 

cop-21-negotiators

ผู้นำทั่วโลกต่างมาร่วมลงนามในครั้งนั้นนะคะ

eiffel-tower-in-th_3524717b

หอไอเฟล แลนด์มาร์คแห่งมหานครปารีสก็เปิดไฟสว่าง รณรงค์กะเค้าด้วยนะเธอ ด้วยข้อความ “1.5 องศา”
รูปจาก https://worldthoughtworldpolitics.wordpress.com/

“อีนี่น้ำจะท่วมโลกละนะจ๊ะนายจ๋า….ถ้านายยังปล่อยให้โลกมันร้อนขึ้นกว่านี้ไปเรื่อย ๆ อีกแค่ 1-2 องศา โลกจะพีคและแปรปรวนอย่างใหญ่หลวง!!! ซึ่งปัจจุบันวันนี้อุณภูมิของโลกพุ่งทะยานขยับขึ้นมาแล้วเกือบ 1 องศาแล้วนะจ๊ะ ดังนั้น หนทางที่จะทำให้รอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้คือต้องเลิกใช้พลังงานจากฟอสซิล และหันมาใช้พลังงานสะอาดอย่างน้ำ ลม แดด แทน บลา บลา บลา…..” พูดอัดข้อมูลทำนองนี้กรอกหูมวลมนุษยชาติ โฆษณาชวนเชื่อกันเป็นหนังขายยามาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งฟังบ่อย ๆ เข้า มันก็อดฮึกเหิมตามไปด้วย ใครฟังแล้วยังนั่งนิ่งเป็นพระอันดับได้ ป้านี่ขอนับถือจริง ๆ ค่ะ

แต่ที่เห็นเต้นร่าว ๆ กันเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นเหล่าผู้นำประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำและมีภูมิประเทศเป็นเกาะแก่งต่าง ๆ อะค่ะ เพราะระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นจากการละลายของภูเขาน้ำแข็งขั้วโลกนั้นจะจมแผ่นดินของทุกนางนายให้หายไปในเร็ววันจนไม่ทันได้เก็บของหนีน้ำยังไงล่ะคะ ก็ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล อย่างบ้านเรานี่คิดกันง่าย ๆ นะคะว่า “ภูเก็ต” ทั้งเกาะนี่จะจมหายไปเลยค่าาาาา แถมน้ำทะเลจะลุกล้ำเข้าท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมดจนชายทะเลปากอ่าว ก.ไก่ อ่าวไทย จะขยับมาอยู่แถวอยุธยา อ่างทองสิงห์บุรีอะไรทำนองนั้นอ่ะค่ะ

1370224644-0010-o

แผนที่น้ำทะเลจะท่วมประเทศไทย ที่มีการเเชร์อย่างแพร่หลาย กรุงเทพฯ หายไปเลยนะคะไม่ต้องสืบ

ซึ่งถ้าเชื่อกันตามทฤษฎีนี้ก็คงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ทุกคนเค้าจะผนึกกำลังกันหันหน้ามาผลักดันให้ประเด็นโลกร้อนนี้กลายเป็นวาระแห่งโลก ตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากฟอสซิลทั้งหลายทั้งปวง คุ้น ๆ ไหมค่ะ ฟอสซิล!! ก็น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินยังไงล่ะคะ

แต่โดนัล ทรัมป์ ณ วอชิงตันดีซี กลับไม่คิดเช่นนั้นค่าาาาาาาาาา!!! นางด่ากราดทะลุกลางปล้องผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวขึ้นมาว่า

“เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องลวงโลกที่จีนกุขึ้นมาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจเหนืออเมริกา”

ฮัลโลววววววววววววว ป้านี่รักทรัมป์ตรงนี้แหละค่าาาาาา อะไรมันจะหงายไพ่เล่นได้แซ่บเพียงนี้

90

แล้วทรัมป์นั้นสำคัญไฉนในหมากกระดานนี้???

ก่อนอื่นเลยต้องสำเหนียกกันนิดนึงนะคะว่านางเป็นประธาธิบดีสหรัฐ ประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีนไงคะ ซึ่งทรัมป์นางมองว่าในความตกลงปารีสที่เกิดขึ้นนั้นล้วนไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่ร่ำรวย และมันก็แอบขัดกับนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของนางด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจกันนะคะว่าทำไมนางถึงแสดงท่าทีไม่ยี่หร่ะ ดื้อรั้น และไม่เชื่อในทฤษฎีโลกร้อนต่าง ๆ นานา แถมนางกำลังแผลงฤทธิ์พายูไนเต็ดสเตทถอนตัวออกจากความตกลงปารีสอยู่มะรอมมะร่อนี้แล้วค่าาาาาา ซึ่งก็แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลโดยตรงต่อสถานภาพของ COP21 อย่างไม่ต้องสงสัย ซ๊อตประสาทผู้นำโลกคนดังมากมายให้ต้องออกโรงมาร้องโหวกเวกโวยวายสาปส่งทรัมป์กันอึงมี่ไปหมด

โดยเฉพาะปฏิกิริยาของน้องมากะรองน้อย “แอมานูแอล มาครง” ประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติฝรั่งเศส ได้ออกมาตีวัวกระทบคราดยืนกรานว่าโลกจะยังเดินหน้าต่อไปในเรื่องลดโลกร้อนถึงแม้จะไม่มีสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชุมด้วยในวันที่ 9 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ในนครปารีสของน้องนู๋มากะรองนั่นเอง

5

ทรัมป์เทเรื่องนี้ ขนาดที่ว่าน้องมาครง ต้องออกมาตัดพ้อเลยทีเดียว

มันมันส์ไหมล่ะคะลูก ๆ บลัฟกันไปมาแซ่บหลาย ซึ่งในมุมมองของคนแก่เยี่ยงป้า ป้ามองเรื่องนี้ว่ามันมี 2 นัยไหมล่ะคะ

ประการแรก ทรัมป์เองก็ไม่ผิดนะคะ คืองี้ค่ะ เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องลวงโลกหรือไม่เนี้ย เอาจริงก็ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ เเต่ก็ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นความสำเร็จของนายอัล กอร์ อดีตรองประธานธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ศัตรูตลอดกาลของรีพลับลิกันพรรคของทรัมป์ ที่ได้ผันตัวมาอำนวยการสร้างหนังสารคดีตีแผ่โลกร้อนอันลือลั่นชื่อ “An Inconvenient Truth” ซึ่งนั่นเป็นการจุดประกายคนทั้งโลกให้ตื่นตระหนกเรื่องโลกร้อนแบบงง ๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีฉากหมีขั้วโลกผอมโซอิดโรยใกล้ตายหลังถูกลอยแพอยู่บนเกาะน้ำแข็งที่ละลายจากขั้วโลกเป็นฉากติดตาช๊อตประสาทคนทั้งโลก ก็ต้องถือว่านี่เป็นครั้งแรกที่จุดติดกระแสนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ขยายความข้อสันนิษฐานของนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการสายสิ่งแวดล้อมให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ ได้ อะไรประมาณนั้นอ่ะค่ะ

2

trumpglobalwarming

 

ประการต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ เราต้องมองให้เห็นโครงสร้างเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและทำความเข้าใจกันนิดนะคะว่ามันมีระบบที่ไม่เหมือนกัน อย่างอเมริกายักษ์ใหญ่เองก็ใช้พลังงานจากฟอสซิลเยอะมาก เมื่อเจอข้อตกลงนี้เข้าไปก็ต้องเริ่มวางแผนปิดเหมืองถ่านหิน เปลี่ยนแหล่งเชื้อเพลิงจากฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาดตามนโยบายของโอบาม่าในช่วง 8 ปี 2 สมัย แน่นอนค่ะทำให้เกิดเศรษฐีใหม่จากนโยบายนี้ซึ่งล้วนแล้วแต่สนับสนุนพรรคเดโมแครตกันอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นยุคที่โครงการพลังงานโลกสวยอย่างโซล่าฟาร์มเฟื่องฟูผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเต็มประเทศไปหมด ฟังดูเหมือนจะดี ถ้ามันไม่โป๊ะแตกเกิดปัญหาตามมามากมายซะก่อน ก็คนตกงานกันไงล่ะคะ กลุ่มรากหญ้าไม่มีอันจะกิน และถูกซ้ำเติมด้วยค่าไฟที่เเพงขึ้น

la-ed-trump-global-warming-paris-agreement-20161110

ทีมทรัมป์ก็มานะคะ

ในขณะเดียวกันกับจีนซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 1 ของโลกนี่ชิว ๆ เลยนะคะ ไม่โดนบีบบังคับอะไรมากมายเท่าอเมริกา เพราะได้สิทธิ์ยกเว้นหลายอย่างในฐานะเป็นประเทศกำลังพัฒนาไงล่ะคะ

ตรงนี้นี่แหละที่ทรัมป์บอกว่ามันไม่แฟร์กับประเทศตัวเอง

นอกจากนี้ ป้ายังไปอ่านเจอมาว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งเเรกของพี่มะกันหรอกนะคะที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ ลองย้อนกลับไปสมัยพิธีสารเกียวโต ปี 1997 อเมริกาก็เข้าร่วมและประกาศถอนตัวภายหลัง เพราะนางมองว่านางไม่ได้รับความเป็นธรรม การเป็นประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้ว ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้น ทำไมนางต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีไปใช้ของแพง ๆ ถีบต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้น ทำให้อเมริกันชนมีต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นอย่างไม่จำเป็น ทำไมนางต้องแบกรับอะไรพวกนี้ไว้ด้วย ในขณะที่จีนและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ กลับไม่ต้องมาทำอะไรมากมายเลย อย่างจีนอย่างอินเดียก็เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับอเมริกาเหมือนกันนั่นแหละ

ถึงตอนนี้ทรัมป์เองก็บอกว่านางจะถอนตัวจาก “ความตกลงปารีส” และงดให้เงินสนับสนุนในโครงการต่าง ๆ มากมายที่รัฐบาลโอบาม่าเคยไปสัญญาว่าจะให้ไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเงินช่วยเหลือพวกองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทเรื่องโลกร้อนนี่แหละค่ะ แหมก็ในความตกลงปารีสเนี้ย เล่นบีบซะว่าประเทศที่ร่ำรวยต้องบริจาคเงินด้วยนะคะ ปีนึงประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.4 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2020 และหลังจากนั้นก็กลายเป็นสเเตนดาร์ดนะคะว่าต้องให้ขั้นต่ำเท่านี้ เพราะประเทศที่กำลังพัฒนาบอกว่าตัวเองไม่มีทุนมากพอจะมาซื้อหาเทคโนโลยีสะอาด เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกหรอกนะจ๊ะ

99

โอ้ยยยยย เห็นมั้ยคะ อกอีทรัมป์จะแตก
ใครจะยอมรับได้กันล่ะคะ ทรัมป์นางเลยจัดซะเลย ตัดท่อน้ำเลี้ยง ไม่ให้เงินอีกต่อไป เรื่องไรจะต้องให้ ลองคิดลองมองในมุมนางก็จริงเหมือนกันนะคะ

มาถึงประเทศไทยของเรากันบ้าง หลังจากที่เราก็อยู่ในกระเเสหลักนี้เหมือนกัน พี่ไทยเราก็ตื่นตัวมานานกว่า 20 ปี ก็เห็นไปลงนามกับเขาหมดนะคะ มีอะไรมาเราก็ว่านอนสอนง่ายเอากับเค้าด้วยหมดนั่นแหละค่ะ ตั้งเเต่อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ปี 2537) พิธีสารเกียวโต (ปี 2545) และความตกลงปารีส (ปี 2559) บ้านเราเนี้ยก็จัดเป็นประเทศกำลังพัฒนาไงค่ะพี่ใหญ่ว่าไงเราก็ว่าน่ารักว่าตามเค้า ซึ่งลองไปถลนตาดูข้อมูลแล้วพบว่าเราเองปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยูยังไม่ถึง 1 % ของทั้งโลกเลยค่ะคุณขาาาาา ไม่ได้เสี้ยวพี่มะกัน พี่จีนเค้าเล้ยยยยย โอ๊ยดั๊นก็นึกว่ามันเยอะ เห็น NGOs ดิ้นพล่าน ๆ กันใหญ่ เพลียไหมคะ!!!

7

ทางทีดีป้าว่า ปล่อยให้ยักษ์วัดแจ้ง กับยักษ์วัดโพธิ์เค้าประลองกำลังกันไปดีไหมคะ แต่เราเองก็ต้องหันมาถามตัวเองกันบ้างว่าเราจะเอายังไงกันต่อดี จะเชียร์ฝั่งไหน เลือกมะกัน “กดไลค์” หรือถ้าเลือกจีน “กดเลิฟ” ดีล่ะค่ะ??????

ป้าก็ได้แค่พูดว่าจะใช้อะไรปั่นไฟก็ทำไปเถอะค่ะ ขออย่างเดียวค่าไฟอย่าขึ้นก็พอ เพราะเเค่นี้ก็ไม่มีปัญญาจะจ่ายกันแล้วค่าาาาาาาา

สวัสดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


TOP