กางแผนลงทุน กฟน. 1 หมื่นล้าน ผุดสถานีจ่ายไฟย่อย-ย้ายสายไฟลงดิน

กางแผน กฟน. อัดงบ ฯ หมื่นล้านบาทลงทุนปี” 61/62 เดินหน้าประมูลย้ายสายไฟลงดิน 2 เส้นทางเศรษฐกิจ เกาะแนวรถไฟฟ้า เส้นรัชดาน-วิทยุ มั่นใจย้ายสายไฟลงดินครบ 39 เส้นทางตามแผนปี” 64 พร้อมเทงบฯ 3,000 ล้าน ผุด 10 สถานีจ่ายไฟย่อยวางระบบรับมือเทรนด์รถไฟฟ้าอีวีใช้ไฟพุ่ง-เอกชนหนุนรัฐวางระบบรับการขยายตัวของการใช้ไฟฟ้าเพิ่ม

 

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากกรณีเสาไฟฟ้าล้ม 17 ต้น ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ในช่วงฝนตกหนักเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทางการไฟฟ้านครหลวงได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้และมีโครงการที่เร่งดำเนินการเพื่อป้องกันซ้ำรอย พร้อมทั้งยังมีการวางแผนลงทุนโครงการใหม่เพื่อรองรับความต้องการใช้เพิ่มจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต รวมมูลค่ากว่า 11,200 ล้านบาท

นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึง กฟน. เตรียมประมูลโครงการขยายสถานีจ่ายไฟย่อย 10 แห่ง ด้วยงบประมาณลงทุน 3,000 ล้านบาท หรือแห่งละ 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มการจ่ายไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในเขตพื้นที่กรุงเทพ นนทบุรี และสมุทรปราการที่เพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของภาคประชาชนทั่วไป และในส่วนของการขยายตัวจากการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทั้งนี้ สถานีจ่ายไฟแต่ละแห่งมีกำลังผลิต 120 เมกะวัตต์

“แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งในส่วนของประชาชน และในส่วนของการขยายตัวอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำให้มีเอกชนสนใจลงทุนสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (charging station) มากขึ้น ซึ่งอาจจะเร็วกว่าคาดการณ์ของ สนพ. (สำนักงานนโยบายพลังงานแห่งชาติ) ที่คาดว่าในปี 2579 จะมีรถไฟฟ้า 1.2 ล้านคัน และเฉพาะในพื้นที่ที่ กฟน. ดูแล มี 6.5 แสนคัน ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีกเพิ่มขึ้น 25% หรือประมาณ 2,400 เมกะวัตต์ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าทั้ง 3 รวมถึง กฟน. จึงต้องวางระบบเพื่อรองรับอุตสาหกรรมดังกล่าว”

สำหรับแนวทางในการวางระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้านั้น ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานซึ่งมีองค์ประกอบทั้งจาก กระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าทั้ง 3 คือ คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินการร่วมกัน ในส่วนของระบบการขออนุญาตตั้งสถานีชาร์จรถอีวีในขณะนี้ผู้ประกอบการต้องเสนอแผนการลงทุนเพื่อขออนุญาตใช้มิเตอร์ไฟเหมือนกับไฟบ้านปกติ และหากพบว่ามีการลงทุนในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงที่จะมีปริมาณไฟไม่พอ ทาง กฟน.จะพิจารณาเพิ่มขนาดหม้อแปลง และเพิ่มขนาดสายส่ง เพื่อให้มีปริมาณไฟเพียงพอไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกดับ

ทั้งนี้ ปัจจุบันการขออนุญาตตั้งสถานีชาร์จไฟสำหรับรถอีวี ในส่วนของ กฟน. EA และในโครงการของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า (EVAT) ประมาณ 100 สถานี อีกด้านหนึ่งนายเทพศักดิ์ ฐิตะรักษา ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้เตรียมเปิดประมูลให้เอกชนเข้าร่วมโครงการมหานครแห่งอาเซียน เปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน 2 เส้นทาง คือ เส้น ถ.รัชดาฯ ระยะทาง 22.5 กม. วงเงิน 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงลาดพร้าว-อโศก ระยะ 14.30 กม. และช่วงพระราม 9- พระราม 4 8.2 กม. และเส้น ถ.วิทยุ ระยะทาง 2.1 กม. วงเงิน 200 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดหลักเกณฑ์การจัดจ้างเอกชนเข้าร่วมภายใน 2 เดือนและจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2561 เสร็จสิ้น 2564

“กฟน.ให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนย้ายสายไฟฟ้าลงดิน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ลดความเสี่ยงของสายไฟฟ้าบนอากาศ และเตรียมความพร้อมรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างทัศนียภาพในการท่องเที่ยว โดยหลักเน้นพื้นที่ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ และเส้นทางติดรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ โดย กฟน.ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บมจ.ทีโอที และ CAT เพื่อบูรณาการย้ายสายไฟฟ้า และสายสื่อสารลงใต้ดินพร้อมกันในคราวเดียว ยอมรับว่าในตอนแรกประชาชนในบริเวณดังกล่าวจะกังวลว่าโครงการจะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจค้าขายในพื้นที่ แต่ภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจโครงการที่ย้ายเสร็จสิ้นแล้ว ประชาชนพึงพอใจ และส่งผลดีต่อทัศนียภาพการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว”

นอกจากการประมูล 2 เส้นที่กำลังจะเปิดประมูลแล้ว ยังมีโครงการเส้นถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดแนวรถไฟฟ้าสีน้ำเงินที่ได้ผู้ชนะประมูลแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ กฟน. (บอร์ด กฟน.) ชุดใหม่ พิจารณาลงนามสัญญา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาบอร์ดชุดใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน

ความคืบหน้าของแผนดำเนินการโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินของ กฟน. ทั้งหมดระยะทางรวม 214.6 กม. ตามงบประมาณลงทุนที่ได้รับอนุมัติ 48,000 ล้านบาท ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีเร่งรัดให้ดำเนินการเสร็จภายใน 5 ปี จากแผนเดิม10 ปี หรือในปี 2564 ล่าสุดก่อสร้างแล้วเสร็จ 43.5 กม. เช่น ถ.สีลม จิตรลดา พหลโยธิน พญาไท และสุขุมวิท ส่วนที่อยู่ระหว่างทยอยดำเนินการ 171.1 กม. คาดว่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามแผนที่วางไว้

ที่มา : https://www.prachachat.net/economy/news-171166

 


TOP