ไก่ลุยไฟแนะทางแก้ไฟฟ้าสำรองล้นประเทศ

(ภาพ cover : http://www.balanceenergythai.com)

เหล่นโหลววววว ลูก ๆ จำป้าได้มั้ยค่ะ ป้าไก่เองค่ะ ยังไม่ได้ตายนะคะ ป้ายังมีลมหายใจอยู่ แต่แค่ที่เงียบหายไปเพราะเป็นสโตรกเฉียบพลันค่ะ มือไม้มันอ่อนแรงครึ่งซีกครึ่งท่อน จำโน่นจำนี่ได้บ้างไม่ได้บ้างไปชั่วขณะเท่านั้นเอง….

และนี่ก็เป็นครั้งแรกนะคะที่สาวแก่อย่างป้า จะขอขอบคุณเทคโนโลยีของโลกนี้ที่ได้วัฒนาสถาพรมาไกลโข  ป้าก็ให้ SIRI ช่วยเขียนด้วยคำสั่งเสียงเนี๊ยะแหละค่ะ ลำพังตัวป้าเองจะพิมพ์ยาว ๆ อย่างแต่ก่อนก็ใช่ว่าจะสะดวกโยธินสักแล้วนะคะ

เช่น ป้าออกเสียงว่า  “ชั้นวาง” นังแม่ SIRI ก็พิมพ์ออกมาว่า “ฉันวาง” นี่สินะ ที่เค้าเรียกว่าภาษาวิวัฒน์ แม้แต่เทคโนโลยียังแยกไม่ออกแล้วว่าเราจะออกเสียงว่า “ฉัน”  หรือ “ชั้น” กันแน่

เอาเถอะค่ะมาเข้าเรื่องของเรากัน อย่างที่รู้ ๆ ป้าเองก็ติดตามเรื่องพลังงานมานาน  ช่วงที่หายไปพักฟื้นเราก็มีหลายเรื่องให้ต้องพูดคุย ขุดคุ้ยกันอยู่นะคะ แต่แหม สภาพร่างกายมันไม่อำนวยจริง ๆ จนมาถึงเรื่องนี้ ไอ้เรื่องที่จะให้ลดกำลังการผลิตไฟฟ้าลง เพราะบ้านเรามีกำลังไฟสำรองมากเกินงาม อันนี้ป้าก็คันเหมือนกันจะปล่อยผ่านไปเห็นทีจะยากเหมือนกันนะคะ

โอ้ยย คุณขา….. ป้าได้ไปอ่านเจอใน  “ประชาชาติธุรกิจ” ตามลิงค์นี้  https://www.prachachat.net/economy/news-172285

 

 

(ภาพจาก www.prachachat.net)

 

ป้ารู้สึกไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่นะคะ สังคมไทยนี่มันช่างเป็นสังคมแห่งการหาแพะรับบาปเสียนี่กระไร เอาเป็นว่าบทความที่คุณนู๋ ๆ จะได้อ่านข้างล่างนี้ถือซะว่าเป็นความเห็นของสาวแก่อย่างป้าฝากไว้ให้คิดละกันนะคะหลาน ๆ   ป้าขอสรุปเป็นข้อ ๆ ตามนี้ค่ะ

  1. จ่ายค่าไฟแพงเกินจริง 8 ปี แฉต้นทุนแฝง :

จะว่าไปอันนี้คือข้อเท็จจริงค่ะ แต่ต้องอธิบายเพิ่มอีกสักนิดหน่อยเคยรู้กันบ้างหรือไม่คะว่าไทยแลนด์แดนออฟสไมล์ของเราเนี้ยกว่าจะมีไฟฟ้าที่มั่นคงเหมือนทุกวันนี้ เมื่อสมัยป้ายังเป็นสาวใหญ่กระดังงาลนไฟวัยเลขสี่ปลาย ๆ รัฐบาลไทยเองเคยป่าวประกาศปาวปาวเชิญชวนให้นักลงทุนเข้ามาช่วยกันลงทุนสร้างโรงไฟฟ้านะคะ เพราะโรงไฟฟ้าเนี่ยจะสร้างแต่ละทีรัฐต้องควักเงินมากมายมหาศาลทุนจมลงไปหลายปี ดังนั้น การให้เอกชนเข้ามาช่วยควักเงินสร้างโรงไฟฟ้าแทนรัฐ (ซึ่งน่าจะถังแตกขณะนั้น) จึงถือเป็นเรื่องบุญหัวแค่ไหนคะที่รัฐจะได้เอาเงินก้อนนี้ที่ไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเองไปลงทุนดูแลระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นให้มันเกิดประโยชน์โพดผลกับคนไทยตาดำ ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ

แต่ใครจะอยากมาลงทุนล่ะคะ? โรงไฟฟ้ามันมีอายุของมันเหมือนกันนะคะ 20- 30 ปีก็ว่าไป ลงทุนกันทีเป็นหมื่นเป็นแสนล้านขาดทุนขึ้นมาจะทำยังไง หลักการง่าย ๆ รัฐก็การันตีให้ไงคะ ว่าจะมีคนมาใช้ไฟมากขึ้นแน่นอน “ยูว์มาสร้างเถอะ เดี๋ยวไอจ่ายค่า AP ให้ยูว์นะ” แหม่ ลูก ๆ ขา หน่วยงานที่รับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนใหญ่ ๆ หรือโรงไฟฟ้า IPP ก็คือ กฟผ. ไอ้ค่า AP ก็คือ “ค่าความพร้อมจ่าย” (Availability Payment) จะสั่งให้เขาปั่นไฟหรือไม่ปั่น ส่วนนี้มันก็ต้องจ่ายค่า AP ให้โรงไฟฟ้าเอกชนเพราะถือเป็นต้นทุนของเค้าไหมล่ะคะ ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่แฝงอยู่ในบิลค่าไฟของเราไงคะ

  1. ขอลดค่า AP ลงได้มั้ย ? ในเมื่อเรามีกำลังไฟฟ้าสำรองมากมายเกิน 8 ปีแล้ว :

เรื่องนี้ถามป้า ป้าก็ว่ามันน่าจะได้ ของซื้อของขายกันแบบไทย ๆ ใคร ๆ เขาก็ขอลดกันได้บ้างอะไรบ้าง แต่ในหลักการสากลแล้วถ้าทำแบบนั้นก็เป็นเรื่องงามหน้า “ต่อไปใครหน้าไหนจะกล้าเข้ามาลงทุนบ้านเรา” ง่าย ๆ เลยค่ะ ค่า AP เป็นการการันตีของรัฐไทยว่ารัฐบาลจะทำให้ GDP ขยายตัวเติบโตได้เท่านั้นเท่านี้นะ โฆษณาชวนเชื่อ บลา บลา บลา ซึ่งข้อมูลปัจจัยเหล่านี้ก็ล้วนมาจากหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ขนกันเอามานั่งสุมหัวทำคลอดตัวแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศที่นักวิชาการชอบเรียกกันย่อ ๆ ว่า พีดีพี ซึ่งย่อมาจาก  Power Development Plan เป็นการคาดการณ์ว่าถ้าเศรษฐกิจโตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ บานไม่หุบ บ้านเราจะต้องปั่นไฟกันเท่าไหร่ถึงจะมีพอใช้กันอะไรก็ว่าไป

งานนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปที่แผน PDP ปี 2015 ทำกันมาในสมัยรัฐบาลใครก็สืบสาวกันเอาแต่จะบอกว่ามันเป็นผลพวงมาจากการนำตัวเลข GDP ที่มีกูรูพยากรณ์กันว่าเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงขาขึ้นขยายตัวต่อเนื่อง แผนนี้มันเลยบอกให้บ้านเราต้องเตรียมกำลังการผลิตไฟฟ้าไว้ให้พอไงคะ หรือถ้าจะบอกชาวบ้านให้เข้าใจก็น่าประมาณว่า “นี่เราจะรวยกันใหญ่แล้วเจ้าข้าเอ๊ยยยย…แต่โรงไฟฟ้าน่ะมีพร้อมปั่นไฟกันยางงงง…” ซึ่งผลของวันนี้มันคือกรรมเก่าที่ตกตะกอนต่อเนื่องมาจากการคาดเดาที่ฝันเฟื่องว่าเศรษฐกิจจะอู้ฟู่ในอดีตไงคะ สภาพมันเลยออกมาเหลือเบะบะ มีความพร้อมจะปั่นไฟกันเก่งเหลือกินเหลือใช้ เยอะเกินจริงไม่สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจวันนี้ไงค่ะ ซึ่งนี่ก็ถือเป็น “ตัวชี้วัดความสำเร็จ” หนึ่งของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลลุงตู่นะคะว่าทุกวันนี้ทำงานบริหารประเทศจนเศรษฐกิจอยู่ในขาขึ้นจริงหรือไม่ ไปคิดกันเอาเอง แต่โดยส่วนตัวป้านั้น ขณะที่ให้ SIRI ปั่นต้นฉบับให้หลาน ๆ อ่าน ป้าก็อยู่ในขาขึ้นเหมือนกันค่ะ คือต้องเอาขาขึ้นมาก่ายหน้าผากแล้วค่ะ เพราะเครียดค่ะ!!! ไม่อยากจะคิดถึงผลกระทบอื่นที่กำลังจะตามมาจากตัวเลขทางเศรษฐกิจโลกสวยเหล่านี้ที่มโนกันขึ้นมาให้บ้านเราดูดี ว่าแต่จะมีอะไรล้มระเนระนาดเป็นโดมิโน่กันอีกหรือไม่ อันนี้โปรดใช้สะดือตรองดูกันเอานะคะ ป้าขอเป็นกำลังใจให้ประเทศของเรากันค่ะ

และยิ่งจะไปบากหน้าขอเค้าลดค่า AP ด้วยแล้ว คิดถึงใจเขาใจเรามองในแง่เอกชน แบบนี้เหมือนโดนรังแกหรือเปล่าคะ? หอบเงินเป็นแสนเป็นล้านมาลงทุนช่วยไทย แต่ไม่ได้สิบได้ห้าอะไรกลับไปตามที่โฆษณาชวนเชื่อเขาไว้ ความเชื่อมั่นหดหายนักลงทุนคงเสียขวัญกันกระเจิง เผลอ ๆ แผนโปรโมทระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC คงต้องเหลียวมองเรื่องนี้ไว้บ้างก็ดี อย่าเอาแต่คิดบวก วัน ๆ โลกสวยวิ่งเล่นกันอยู่แต่ในทุ่งลาเวนเดอร์ไม่ได้ไหมคะลูกขา ป้าเหนื่อยแทน

  1. กำลังสำรองไฟฟ้าล้นบ้านล้นเมืองแบบนี้ ยังต้องสร้างโรงไฟฟ้าอีกเหรอ? :

แหม่ ลูกขา พอข่าวนี้ออกมาพวก NGOs หัวร้อนบางรายที่ไม่ค่อยน่ารักก็ออกมากระแหนะกระแหนกันใหญ่เลยนะคะ ถามนิดเถอะนี่คิดไม่ได้กันจริง ๆ หรือคะ? กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ฉันใดก็ฉันเพล โรงไฟฟ้าก็ไม่ได้สร้างได้เสร็จในวันสองวันไหมล่ะคะ ก่อสร้างทีนึงใช้เวลาแรมปี 4-5 ปีโน่น แถมโครงการยังโดนคัดค้านจนป่านนี้ยังไม่ได้ลงมือตอกเสาเข็ม พอจะขยับก้าวนึง NGOs ก็ดาหน้าออกมาชูป้ายภาษาอังกฤษส่งการบ้านต้นสังกัดกันสะหลอนชวนเตะถ่วงลากยาวกันออกไปไม่มีกำหนดจนก๊าซจะหมดอ่าวไทยแล้วค่ะคุณขา กว่าจะได้ลงมือสร้างอะไรขึ้นมาจริง ๆ ถึงเวลานั้นป้าว่ากินเวลาไปร่วม 10 ปี มันสายยิ่งกว่าบ่ายเกินเพลไปแล้วนะคะ ดังนั้นที่บอกว่ากำลังสำรองวันนี้มีเหลือใช้เกิน 8 ปีเนี้ย โปรดใช้สะดือตรองมันก็จะไม่พอแล้วไหมคะ ถ้าไม่ลงมือสร้างเสียแต่วันนี้….มันไม่พอ !

แต่เรื่องแบบนี้ใครจะไปรู้คะ หลังเลือกตั้งที่ทุกคนลอยคอรอคอย เศรษฐกิจไทยอาจจะดีดตัวกลับมาเฟื่องฟูยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง แต่จะจริงเท็จแค่ไหน อันนี้ป้าก็เจ็บกระดองใจที่จะฝันช่วยปลุกอิชั้นให้ตื่นที เพราะที่เห็นและเป็นอยู่ตอนนี้บอกได้อย่างเดียวว่า

“ที่เรามีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองมากมายเหลือล้นเนี้ย                เพราะเศรษฐกิจมันไม่โตตามแผนที่คาดไว้ไงคะ”

ใครว่าป้ามโน ก็ช่วยจินตนาการดูกันเอานะคะว่าใน 10 ปีข้างหน้าซึ่งป้าน่าจะลาโลกสวยด้วยมือเราใบนี้ไปแล้วนั้น รถไฟฟ้าสารพัดสีจะมีวิ่งกันดาษดื่นเต็มกรุงเทพพระมหานครแค่ไหน คอนโดอีกนับร้อยแท่งจะผุดราวดอกเห็ดทั้งในเมืองหลวงและเมืองใหญ่แค่ไหน ไหนจะรถไฟฟ้ารางคู่รางคี่ตามหัวเมือง ไหนจะขยายสนามบินใหม่ ไหนจะเมกะโปรเจคละลายทรัพย์อีกนับแสน(ล้าน) มากมาย บลา บลา บลา ไอ้ที่พล่ามบ่นกันว่าภาคผลิตไฟฟ้ามัน Over Investment เนี้ย เห็นทีมันจะไม่พอเอานะคะ จะทำอะไรมันต้องใช้ไฟกันทั้งนั้นค่ะ

พูดแล้วคันไม้คันมือ เดชะบุญอยากให้ท่านนายกลุงตู่ได้อ่านบทความของป้าบ้างอะไรบ้าง อิชั้นก็อยากจะแนะทิ้งท้ายไว้หน่อยว่าปัญหากำลังการปั่นไฟได้เยอะเกินแกงนี่แก้ง่ายนิดเดียวค่ะ ทำไงรู้ไหมคะ…

“ก็แค่ทำเศรษฐกิจให้โตได้จริงไงคะ”

จบแยก !!!

รักนะคะตู่ขา

ป้าไก่


TOP