“ท่องเที่ยวฟุบ! จีนงอนยาว เหตุโดนตบคาดอนเมืองบานไม่หุบ”

ฮัลโหลววววว ลูกๆ เป็นไงกันบ้างค่ะ  ป้าว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนักท่องเที่ยวจีนที่ถือเป็นลูกค้าขาใหญ่เข้ามาเที่ยวท่องตระเวนทั่วไทยอยู่แล้วเชียวนะคะ แต่มันก็คันปากยุบยิบ อดรนทนไม่ได้เลยค่ะ อย่างที่รู้ ๆ กันนะคะ อันสยามประเทศของเรานั้น มีรายได้จากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการเป็นหลัก หาใช่ภาคเกษตรกรรมอย่างเดิมไม่มาเนิ่นนานแล้ว เพลงที่ว่า

“กสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ  ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม”

ที่เราเริงลีลาศกันสมัยสุนทราภรณ์ก็คงเอ้าท์ไปแล้วไหมล่ะคะ  อันนี้ก็ต้องถามกระทรวงเกษตรฯ นะคะ ว่าเมื่อไหร่เราจะเป็นมหาอำนาจชาติกสิกรรมจริง ๆ สักที  อุ๊บส์!!!ส์

 

เอาเถอะค่ะ เข้าเรื่อง เพราะเรื่องที่จะพูดในวันนี้คือเรื่องของกระทรวงน้องเล็กพริกขี้หนูอย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ทำเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล  แต่กำลังกลัดกลุ้มกุมขมับ  เพราะยอดนักท่องเที่ยวจีนขาประจำเจ้ากรรมดันมาตกฮวบฮาบกว่า 50%  ในช่วงวันหยุดยาวของชาติจีนที่เค้าเรียกกันว่า Golden Week ระหว่าง 1-7 ตุลาที่ผ่านมา  แน่นอนว่าปกติแล้วแผ่นดินไท่กั๋วของเราจะยืนหนึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนมานานนม

 

(รูปจาก ฐานเศรษฐกิจ)

แต่…อย่างที่ทราบกันแล้วใช่ไหมคะว่างานนี้ถือเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรก็ไม่รู้ หนอ

ภายในไม่ถึง 2 เดือน ายกลุงตู่ของป้า ถึงขั้นต้องออกโรงมาขอโทษขอโพยพี่น้องประชาชนชาวจีน ถึง 2 ครั้ง 2 ครา

คราแรกก็เหตุเรือล่มที่ภูเก็ต ช่วง ก.ค. ที่ผ่านมา ตามด้วยเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกค่าทิปเป็นเงิน 300 บาท  คิดเล่น ๆ นะคะ ปีนึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าบ้านเรา 10 ล้านคน ทิปคนละ 300 บาท ปีนึงนี่ก็ 3,000 ล้านแล้วค่ะลูกขาาาาาาา…  แต่เหตุการณ์มันดันบานปลายไม่จบยังไงล่ะคะ ลามทุ่งไปถึงขั้นทะเลาวิวาทกันอันเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินดอนเมืองเข้าไปตบหน้านักท่องเที่ยวจีนที่กำลังช้ำใจถูกปฏิเสธวีซ่านั่นเอง คลิปนี้นี่ว่อนเน็ตแชร์กันวน ๆ ไปในหมู่ชาวจีนหลอกหลอนกันดาษดื่นเต็มโซเชี่ยลเลยค่ะ

 

 

 

ป้าอ่านข่าวมานี่เห็นพวกกิจการร้านค้าโอดครวญกันเป็นทิวแถว โดยเฉพาะพวกผู้ประกอบการโรงแรมนั่นแหละค่ะ ไล่อ่านคอมเม้นต์ของพวกลูก ๆ ไถไปเรื่อย ๆ แล้วยิ่งตกใจไหมล่ะคะ เช่น

“ดีแล้วที่คนจีนไม่มา ไม่มีมารยาท เสียงดัง บลาๆ”

โอ้ย! ลูกขา…. คิดแบบนี้ ไม่ดีนะคะ  อย่าลืมนะคะการท่องเที่ยวมันมี Low Season / High Season และกลุ่มนักท่องเที่ยวก็ต่างกัน อย่างช่วงนี้ Low Season ฝรั่งหัวแดงเขาวิ่งกลับบ้านกันหมดค่ะ ประจวบเหมาะก็เป็นช่วงที่คนจีนจะเข้ามาท่องเที่ยวทดแทนกันไป มันก็วนลูปอยู่อย่างนี้อะค่ะ นี่พอจีนหาย แล้วยังหาคนอื่นมาเข้ามาเที่ยวแทนไม่ได้  แล้วจะทำยังไงกันล่ะคะ?

 

(ภาพจาก sciencemag.org)

 

เราต้องจำไว้ในหัวเลยค่ะว่า เราอยู่ในโลกที่มังกรจีนโดนปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว

ป้าจะเล่าเตือนสติให้หนู ๆ ฟังกันนะคะว่าวันนี้จีนนี่แหละค่ะเข้าไปซื้อกิจการบริษัทรถยนต์ค่ายยักษ์ใหญ่ในยุโรปแล้ว และในวันนี้อีกเช่นกันจีนเจ้าเดิมก็เข้าไปเดินเล่นเป็นนายทุนอยู่ในแอฟริกาหลายประเทศ หากย้อนไปในสายลมแสงแดดที่ป้ายังสาว ๆ เรื่องแบบนี้ใครมันจะไปคาดคิดได้ล่ะคะ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง เหมือนที่นโปเลียน บอกไว้นั้นแหละค่ะ จีนคือมังกรที่หลับ และตอนนี้จีนตื่นแล้ว และไม่ได้ตื่นธรรมดา ๆ  ตื่นมาก็บินทยานขึ้นสู่ฟ้าด้วยอีกต่างหากค่าาาาาาา ดังนั้นจึงไม่มีชาติไหนในโลกนี้ที่ไม่พยายามเกาะกระแส หรืออยากตกขบวนรถไฟของจีนในรอบนี้หรอกนะคะ

(ภาพจาก https://www.businessinsider.com/why-china-has-become-so-big-in-africa-2015-1)

 

คนจีนเนี้ยเรียกตัวเองว่า “จงกั๋ว” แปลตรง ๆ คือ ประเทศศูนย์กลางของโลก เป็นธรรมดาที่จีนจะภูมิใจในวัฒนธรรมอันยาวนานของตนเอง  อย่างกรณีตัวอย่างตอนที่บัตรเครดิต American Express เข้าไปทำป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในจีนซึ่งคือ พระราชวังฤดูร้อนในกรุงปักกิ่งเป็นภาษาอังกฤษ และลงท้ายด้วยสโลแกน  Made Possible by American Express โห…เท่านั้นแหละลูกขาเหล่าอาตี๋อาหมวยเข้าไปขีดลบข้อความนี้ หาว่า “อเมริกันนี่เหรอจะสร้างอะไรได้ นี่มันแผ่นดินอั๊ว คำนี้ไม่เหมาะสม” ลามไปยันเรื่องให้เลิกใช้คว่ำบาตร American Express ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

ลองอ่านเรื่อง “ชาตินิยมแบบจีน เมื่อไทยจิ้มก้องและอเมริกันอีโก้ ใครจะได้อะไร?”

 

ในยุคนี้ คนไทยยังมีมุมมองต่อคนจีนแผ่นดินใหญ่ค่อนข้างลบ ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามที่สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นานาในบ้านเรา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงคนจีนทั้งหมดนะคะ จีนหนึ่งแผ่นดินเหมือนมีอีก 10 ประเทศบรรจุไว้ข้างใน สำเนียงภาษาการพูดแต่ละมณฑลก็แตกต่างกัน ในทางกลับกันมุมมองของคนจีนกับบ้านเรานั้นค่อนข้างคิดบวกมากเลยทีเดียวค่ะ  เช่นชื่อเรียก ไท่กั๋ว เนี้ยเป็นคำมงคล ไท่ (泰)เป็นคำมงคล หมายถึง รุ่งเรือง ร่ำรวย ดีงาม กั๋ว (国) หมายถึง ประเทศ เห็นแบบนี้ป้าก็ไม่เบาเรื่องวิชาการเหมือนกันนะคะ แหม! มันก็ไม่ได้ยาก ป้าก็เสิร์ชเอาจากวิกิพีเดียนี่แหละค่ะ

หรืออย่างที่แม่นายกปู ยิ่งลักษณ์ พาคณะเดินทางไปเยือนจีน  ป้าก็ได้ยินเค้าเม้าท์กันให้แซดว่า  ผู้นำของจีนไม่ได้เรียกประเทศไทยว่า “เหล่าเผิงโหย่ว” ที่แปลว่าเพื่อนเก่าแก่  แต่เลือกใช้คำว่า “มิตรที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้” (A Trusted Friend) แทน นี่แหละค่ะ ที่เค้าเรียกกันว่าความสัมพันธ์อันดีงามตามท้องเรื่องที่ได้สั่งสมกันมาแต่โบราณกาล นานเนิ่น ที่ไทยกับจีนเราค้าขายกันมายาวนาน ปรากฎหลักฐานตั้งแต่ครั้งสุโขทัย ไหนจะระบบจิ้มก้อง เหมือนเราเป็นรัฐบรรณาการของเขา แต่จิ้มก้องนี่แหละค่ะที่สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำเงินทองไหลมาเทมาดั่งฝนห่าใหญ่ไหลเข้าท้องพระคลังในสมัยรัชกาลที่ 3 สะสมกลายเป็นเงินถุงแดงเอาไว้ไถ่บ้านไถ่เมืองจากจากพวกฝรั่งเศสที่เอาเรือกลไฟมาจอดเทียบท่า ขู่ยิงเข้ามาในพระบรมมหาราชวังเราในวิกฤต  รศ.112

 

 

 (ภาพคณะทูตจากกรุงธนบุรีเข้าจิ้มก้องจักพรรดิจีน)

 

เรื่อยมาจนถึงยุคสงครามเย็นแม้ว่าจีนเขาจะเป็นคอมมิวนิสต์ และไทยเราเลือกยืนอยู่ข้างโลกเสรีประชาธิปไตยผูกเสี่ยวเป็นมหามิตรกับอเมริกา แต่ก็ใช่ว่าเราจะปิดประตูตายใส่หน้าจีนเค้าเสียหมดนะคะ ก็ต้องไม่ลืมกันนะคะว่า “Siamese Talk” อารมณ์ปากว่าตาขยิบ ยักคิ้วหลิ่วตาส่งซิกกันเนี้ย บรรพบุรุษเราเค้าทำมานานแล้วค่ะ

มาถึงในยุคนี้  ป้าเห็นทีการจะทำตัวอ่อนลงบ้าง นอบน้อมไว้บ้างอะไรบ้าง ในแบบจิ้มก้องสมัยก่อน  ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรนี่คะ จะยกยอปอปั้นให้จีนเป็น จงกั๋ว ศูนย์กลางโลกอีกสักรอบก็ไม่เห็นจะแปลก ในเมื่อเราเคยจิ้มก้องแล้วได้รับประโยชน์มามากมาย ลูกขา…เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่นะคะ สมัยโบราณเราแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ก็ยังต้องมีหมายไปบอกทางเมืองจีนเค้าเลยค่ะ พระนามกษัตริย์ก็ยังมีการถวายเป็นพระนามจีน ผังของพระบรมมหาราชวังยุครัตนโกสินทร์ของเราก็หันหน้าไปทิศเหนือสู่ จงกั๊ว นะคะ ไม่ได้หันหน้าไปทิศตะวันออกตามความเชื่อของคนแถบนี้

 

(พระสุพรรณบัฎที่พระเจ้ากรุงสยามส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้ากรุงปักกิ่ง สมัยราชวงศ์ต้าชิง ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานพระราชวังเดิมกรุงปักกิ่ง)

 

เห็นทีงานนี้ต้องฝากความหวังไว้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหัวหอกเปรียบเสมือนดั่งทีมเซลล์ของแผ่นดินต้องช่วยนายกลุงตู่ของป้าแก้โจทย์ยาก ๆ ในยามที่จีนงอน

หาทางไปง้อเค้ากันสิคะ ไม่งั้นก็เปิดแผนใหม่มาแก้เกมส์ดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจบ้านเราให้กลับมาคึกคักหน่อยค่ะ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเค้านั่งหงอยกันหมดละค่ะ ภูเก็ตฟุบ กระบี่ซึม พังงาร้างเป็นป่าช้า เงียบเป็นเป่าสากแล้วค่ะ สู้ ๆ นะคะป้าจะเป็นกำลังใจให้

 

ถ้าป้าไม่หัวใจวายตายไปซะก่อน รอบหน้าสัญญาว่าจะมาบอก “วิธีจิ้มก้องแห่งยุค 4.0” ที่จะทำให้ “ชาวแผ่นดินจงกั๋ว” กลับมาเที่ยวไทยอีกครั้งค่ะ

“เราจะทำตามสัญญา…ขอเวลาอีกไม่นานนนนนนนนน…….”

แยกค่ะ…บัยส์!!!


TOP