“ตุลามหาโศก” เดือนแห่งความสูญเสีย ห้วงเวลาที่ไม่มีใครอยากจดจำ

ภาพ COVER https://storylog.co/story/580dd2bc077367a25cfa8c97


สวัสดีค่ะลูก ๆ ขา เผลอแป๊บเดียวนี่ก็เข้าสู่เดือนตุลาคมแล้วนะคะ เป็นสัญญาณว่าอีกไม่กี่อึดใจ เราก็จะลากสังขารผ่านกันไปได้อีกขวบปีนึงแล้วนะคะ

ตุลาคม หรือ October ในภาษาอังกฤษนั้นมีรากศัพท์มาจาก “Octa” ที่แปลว่า 8 นั่นคือเดือน 8 ตามปฏิทินโรมันโบราณเค้านะคะ แต่สำหรับคนไทยเราแล้ว น้อยคนนักที่จะทราบว่าชื่อเรียกเดือนตุลาเนี้ยเราเริ่มเรียกกันแบบนี้ครั้งแรกในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นะคะ โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้จักรราศีเข้ามากำหนดเป็นชื่อเรียกเดือนแทนเดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม อะไรเทือก ๆ นั้นในแต่เดิม

 

และที่มากไปกว่านั้นตามตำราโหรมากมายต่างว่ากันว่าราศีตุลย์เนี้ยเค้าเป็นเนื้อคู่กับราศีเมษนะคะ แหม่! มันช่างประจวบเหมาะอะไรเยี่ยงนี้ที่ราศีเมษนั้นดันมาตรงกับลัคนาราศีประจำดวงเมืองกรุงเทพพระมหานครของเรา ก็ดูจะน่าแฮปปี้เอนดิ้งสมหวังดั่งปรารถนากันนะคะ แต่เรื่องมันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิคะลูกขา ถ้าใครลองย้อนกลับไปดูตามสถิติแล้วจะเห็นเหมือนกันกับป้าว่าทั้งสองราศีนี้ดูจะเป็นคู่รักคู่ชังกันยังไงไม่รู้นะคะ เพราะ “ตุลาคม” ได้กลายเป็นเดือนแห่งความทรงจำที่ไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่ของคนไทย ยิ่งถ้านับย้อนไปในรอบ 150 ปีที่ผ่านมา เดือนตุลาคมนี่แหละค่าาาา ที่เป็นเดือนแห่งการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยมากที่สุดนั่นคือ พระเจ้าแผ่นดินแห่งราชจักรีวงศ์ถึง 3 รัชกาล ต่างเสด็จสวรรคตในเดือนนี้ทั้งสิ้น

 

พระเมรุมาศในรัชกาลที่ 4

เริ่มจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2411 จากนั้นในปี พ.ศ.2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก็เสด็จสวรรคตในวันที่ 23 ตุลาคม และเหตุการณ์มหาวิปโยคของคนไทยที่เพิ่งผ่านพ้นไปล่าสุด คือวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ทันที่สำนักพระราชวังได้มีแถลงอย่างเป็นทางการแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต เป็นอันสิ้นสุดแผ่นดินในรัชกาลที่ 9 นับแต่บัดนั้น

พระเมรุมาศในรัชกาลที่ 4

นอกจากการสูญเสียพระราชาในทางโลกแล้ว ในเดือนนี้เรายังสูญเสียพระราชาในทางธรรมเช่นเดียวกันค่ะ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2556 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ ด้วยพระชันษา 103 ปี ถือเป็นพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ทรงดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด และทรงเจริญพระชันษามากที่สุดในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทยอีกด้วย

พูดถึงเรื่องนี้ทีไร เล่นเอาต่อมน้ำตาป้าหลั่งรินทุกครั้งไปนะคะ เข้าใจความรู้สึกของแม่พลอยในสี่แผ่นดินเลยค่ะว่าทำไมต้องดราม่าทุกครั้งที่ผลัดแผ่นดิน มันใจหายแบบนี้นี่เอง อดคิดถึงพระองค์ท่านไม่ได้เสียจริง แต่ความสูญเสียในเดือนตุลานั้นก็ใช่ว่าจะมีเพียงเท่านี้กันเสียเมื่อไหร่ เดือนนี้มันวิปโยคกลายเป็นเดือนอาถรรพ์ต้องคำสาปหรือไรก็ไม่ทราบเหมือนกันนะคะลูก ๆ เหตุการณ์ความวุ่นวายขายปลาช่อนในชาติบ้านเมืองเราใยล้วนมาปะทุขึ้นมากมายในเดือนตุลานี่แหละค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นชุมนุมกันทางการเมืองช่วง 14 ตุลา 16 อันนำไปสู่ความรุนแรงฆ่าฟันยิงกันเป็นผักปลา ไอ้ครั้นป้าจะไม่เล่าเรื่องนี้เห็นทีจะไม่ใช่ป้าไก่ตัวจริงแล้วนะคะ สมัยนั้นป้าเองใช่ว่าจะธรรมดา ไอ้เราก็กำลังสาวสะพรั่งเฉียดดาวมหาลัยก็ไม่ปาน แนวคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพในหมู่คนไทยช่วงนั้นค่อนข้างแรงเหมือนโหยหาประชาธิปไตยถูดเผด็จการกดหัวกันมายาวนาน พวกเราเหล่านักศึกษาอย่างเพื่อนป้าหลายคนก็ไปร่วมชุมนุมประท้วงรัฐบาลกับเค้าด้วย เรียกร้องรัฐธรรมนูญจากเหล่าทรราชย์ถนอม-ประภาสนั่นเองค่ะ สุดท้ายเหตุการณ์บานปลาย ลุกลามไปสู่การใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม มีคนตายไป 77 คน บาดเจ็บอีกกว่า 800 คน ทำให้มีคนต้องลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศ ซึ่งคงไม่ต้องบอกนะคะว่าใคร เหลือทิ้งไว้เพียงชัยชนะของประชาชนบนกองเลือดที่แปดเปื้อนอยู่บนราชดำเนิน

คล้อยหลังจากนั้นผ่านไปยังไม่ทันจะ 3 ปีดีเลยค่ะ ในปี 2519 เหตุการณ์ที่รุนแรงมว๊ากกกกกว่าเก่าก็ปะทุขึ้น ใช้แล้วค่ะ 6 ตุลาค่ะ ถือเป็นภาคต่อของ 14 ตุลา 2516 เมื่อการเอาคืนมาถึงไวกว่าที่คิด กลุ่มตำรวจและกองกำลังติดอาวุธได้เคลื่อนเข้าปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีทั้งนักศึกษาและประชาชนหลายพันคนร่วมชุมนุมประท้วงการกลับเข้ามาของพระถนอม กิตติขจร โดยทางการสมัยนั้น กล่าวหาว่าผู้ชุมนุมโดยเฉพาะนักศึกษาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โอ้ยยยย…ลูกขา หลายคนนี่ต้องว่ายน้ำข้ามเจ้าพระยาหนีไปตายเอาดาบหน้ากันเลยทีเดียวนะคะ น่าเสียดายที่เหตุการณ์นี้โลกไม่ลืม แต่คนไทยกลับลืม เพราะภาครัฐเองก็พยายามจะลืมๆ ไปก่อน ไม่ค่อยอยากจำ เอาจริงถ้าจะเรียกว่านี่คือการสังหารหมู่ใจกลางพระนครก็ได้นะคะ ภาพศพใต้ต้นมะขาม ยังติดตรึงตราโด่งดังไปทั่วโลก พูดแล้วก็เศร้า เห็นมั้ยค่ะ T T

 

 

นอกจากความวุ่นวายทางเมืองในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานแล้ว เดือนตุลานี้ยังปรากฏความโกลาหลทางการเมืองในยุค Siam Renaissance มาก่อนด้วยนะคะ “วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112” เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2436 ฝรั่งเศสบังคับให้สยามลงนามในสนธิสัญญายอมจำนน หลังจากที่ฝรั่งเศสเอาเรือรบฝรั่งฝ่าด่านผ่านป้อมพระจุลฯ ที่ปากน้ำ ทะลุเข้ามาในน่านน้ำเจ้าพระยา เข้ามาพร้อมจ่อยิงปืนใหญ่ถล่มพระบรมมหาราชวังของเราได้ทุกเมื่อ พร้อมยื่นข้อเสนอให้สยามต้องยกดินแดนลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส และให้ประเทศจน ๆ อย่างเราต้องชำระค่าเสียหายถึง 2 ล้านฟรังค์ และจ่ายเงินเหรียญนกเม็กซิกันอีก 3 ล้านฟรังค์ทันทีเพื่อเป็นหลักประกันมัดจำในทันที เพราะฝรั่งเศสหวังปิดจ๊อบยึดสยามเป็นเมืองขึ้นให้ได้ในคราวนี้ ซึ่งนางมั่นใจว่าเราไม่น่าจะมีปัญญาจ่ายแน่นอน แต่ขอโทษนะคะ เรามีค่ะ !!! นี่ไงคะจึงเป็นที่มาของเงินถุงแดงในตำนานที่รัชกาลที่ 3 เคยปรารภไว้ว่าทำการค้าขายกับจีนตุนเงินถุงแดงไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ไถ่บ้านไถ่เมือง เรียกว่าลากเงินถุงแดงออกจากพระคลังมหาสมบัติจนพื้นธรณีประตูสึกแล้วสึกอีกขนออกไปให้นาง เพราะฝ่ายสยามเรายอมรับข้อเสนอทุกข้อของฝรั่งเศสโดยไม่มีเงื่อนไขค่ะ แต่ฝรั่งเศสก็ยังตะกละเรียกร้องเพิ่มเติมโดยยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกันอีกนะคะ นางคงกลัวเราไม่จ่าย ซึ่งจะว่าไปนี่เองก็เป็นต้นกำเนิดของมหากาพย์มรดกดราม่าเรื่องเขาพระวิหารที่ไทยกับกัมพูชายังคงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกคาราคาซังกันมาจนถึงนาทีนี้เลยค่ะลูกขา

ถามว่าหมดหรือยังงง…. ตอบเลยว่ายังค่ะ ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่คนไทยเราอาจจะลืมไปแล้ว

เช่นเหตุการณ์ “กบฏบวรเดช” ที่มีการนำทหารจากอีสานเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อจะยึดอำนาจคืนจากคณะราษฎรถวายกลับไปให้รัชกาลที่ 7 ซึ่งก็รบพุ่งสู้รบกันอยู่ที่ทุ่งบางเขน ใครที่เป็นแฟน ๆ แม่พลอยสี่แผ่นดินเจ้าเก่าคงไม่พลาดฉากนี้กันใช่ไหมล่ะคะ นั่นแหละค่ะเค้า based on true story ค่ะ ไม่ได้มโนขึ้นมาค่ะ ส่วนใครผ่านไปแถววงเวียนหลักสี่คงจะเคยเห็นอนุสาวรีย์ที่มีพานรัฐธรรมนูญอยู่บนยอดสุด นั่นแหละค่ะเค้าเรียก “อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” แต่ทุกวันนี้เห็นยกย้ายไปไว้ไหนแล้วไม่รู้ เพราะเค้าจะเอาที่ตรงนั้นไปสร้างตอม่อรถไฟฟ้าไปรังสิตอะค่ะ

 

 

 

นอกจากนี้ยังมี เหตุการณ์ตากใบ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ในยุคนายกแม้วทักษิณ ขวัญใจคนยาก ที่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม หน้า สภ.อ.ตากใบ นราธิวาส หลังสลายการชุมนุมแล้ว มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ได้ส่งผู้ชุมนุมจำนวนมากขึ้นรถบรรทุก แต่พบว่ามีผู้ชุมนุมอีก 78 คน ที่เสียชีวิตบนรถเนื่องจากขาดอากาศหายใจ นี่จึงเป็นเชื้อไฟที่โหมกระพือให้เหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกจนป่านนี้ก็ยังดับกันไม่ได้สะเด็ดน้ำเลยค่ะลูกขา

 

 

เห็นมั้ยค่ะลูก ๆ เดือนตุลามหาโศก มันไม่ใช่สิ่งที่ป้ากล่าวเกินจริงเลยนะคะ แต่ก็ใช่ว่าป้าจะรังเกียจรังงอนเดือนตุลาเค้านักหรอกนะคะ เพราะคนแก่อย่างป้าก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน พบเจอเหตุการณ์เยอะแยะมากมาย ตอนไปประท้วงไล่ให้นายกบิ๊กจิ๋วหวานเจี๊ยบลาออกเซ่นพิษต้มยำกุ้งปี 2540 ที่สีลม นี่ก็เดือนตุลาเหมือนกันนะคะ ใครไม่เศร้าแต่สถาบันการเงินไทยทั้งประเทศคงเศร้าไปตาม ๆ กันค่ะ

ฉะนั้นตุลาคมจึงเป็นเดือนแห่งความทรงจำของป้าและคนไทยอีกหลายคน ที่เล่ามาทั้งหมดเนี้ยไม่ได้อยากจะเติมเชื้อโศกให้ลูกวิปโยคหรอกนะคะ แต่เล่าเพื่อเตือนความจำเพื่อเป็นแรงใจให้ชีวิตเราก้าวเดินในวันพรุ่งนี้ได้อย่างมีสติ ชีวิตคนเราบนโลกเราก็มีเท่านี้แหละค่ะ ดังคำพระท่านท่านว่า “มีพบ มีจาก มีสุข มีทุกข์”

 


TOP