กลุ่ม ปตท.คว้าเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในนิวย่างกุ้ง

กลุ่ม ปตท.ได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในนิวย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเมืองย่างกุ้ง ตามแผนการพัฒนาเมืองใหม่ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า เตรียมหารือกลุ่ม Gail ในฐานะผู้ซัปพลายก๊าซฯ ก่อน พร้อมทั้งรอรัฐบาลพม่าไฟเขียวโครงการ Gas To Power ขนาด 600 เมกะวัตต์

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่ม บมจ.ปตท. (PTT) ประกอบด้วย ธุรกิจก๊าซธรรมชาติของ ปตท., บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และ GPSC ได้รับการคัดเลือกจาก New Yangon Development Company (NYDC) ของพม่าให้เป็นผู้พัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้าในนิวย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเมืองย่างกุ้งตามแผนการพัฒนาเมืองใหม่ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า โดยโครงการดังกล่าวทางกลุ่ม ปตท.จะรับก๊าซธรรมชาติจากกลุ่ม Gail ของอินเดีย ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้จัดหาก๊าซฯ เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่นิวย่างกุ้ง

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท.ก็จะหารือรายละเอียดร่วมกันในกลุ่ม และหารือกับกลุ่ม Gail ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะเปิดเผยรายละเอียดของโครงการดังกล่าว เนื่องจากจะต้องหารือร่วมกันกับหลายฝ่าย เพราะการผลิตไฟฟ้าก็ต้องพิจารณาความต้องการใช้ไฟฟ้าและต้นทุนก๊าซฯ ขณะที่การจัดหาก๊าซฯ ก็ต้องพิจารณาความต้องการใช้ไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมด้วย 

นายชวลิตกล่าวว่า บริษัทยังรอติดตามความคืบหน้าเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในพม่าอีก 2 โครงการ โดยเป็นการผลิตไฟฟ้าตามโครงการ Gas to Power ขนาด 600 เมกะวัตต์ (MW) ร่วมกับ PTTEP ซึ่งการเจรจาล่าสุดทางการพม่าพร้อมที่จะเร่งรัดโครงการให้ ส่วนอีก 1 โครงการยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ GPSC ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทวางเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใกล้เคียงระดับ 5,500 เมกะวัตต์ โดย 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตจะมาจากเชื้อเพลิงประเภท conventional ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป อย่างน้ำมัน ก๊าซฯ ถ่านหิน ขณะที่อีก 1 ใน 3 จะมาจากพลังงานทดแทน และอีก 1 ใน 3 เป็นการเติบโตตามกลุ่ม ปตท. โดยประเทศเป้าหมายการลงทุนยังอยู่ในพื้นที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

ส่วนการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ ปตท.และ GPSC ที่เห็นว่าเป็นทิศทางใหม่ของโลก และเป็น New S-Curve ที่มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงควบคู่กันไป ทำให้ต้องเกาะติดสถานการณ์ แต่การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง และต้องดำเนินการร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเบื้องต้นได้วางแผนที่จะพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน เพื่อเป็นโรงงานต้นแบบก่อนว่าจะสามารถพัฒนาต่อไปเป็นเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ หากประสบความสำเร็จก็พร้อมจะเดินหน้าต่อ
ที่มา: https://mgronline.com/business/detail/9620000082812


TOP