อดีต ขรก. ระดับสูงซุกปีก “ซีพี”

อดีต ขรก. ระดับสูงซุกปีก “ซีพี”

คอลัมน์ถอดสูตรคุย ฐานเศรษฐิจ ฉบับ 3461 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 14-17 เม.ย.2562 โดย…บรรทัดเหล็ก

 

จากกรณีที่มีอดีตข้าราชการระดับสูงที่ถูกดึงเข้าไปเป็นกรรมการบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทยที่มีมูลค่าสินทรัพย์ 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 4.84 แสนล้านบาท แต่ก็มีคำถามตามมาว่า แรงจูงใจที่เป็นตัวเงินที่ทำให้อดีตข้าราชการระดับสูงเหล่านี้ตัดสินใจร่วมงานกับกลุ่มซีพีนั้นมากน้อยแค่ไหน

เมื่อสืบค้นข้อมูลจากรายงานประจำปีบริษัทในเครือซีพีที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอัตราการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ทั้งค่าตอบแทนรายเดือน ค่าตอบแทนพิเศษ เงินโบนัส สำหรับกรรมการบริษัทในเครือซีพีถือว่าจูงใจอย่างมาก เมื่อเทียบกับเงินเดือนข้าราชการตามบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตําแหน่งประเภทนักบริหารระดับสูงของสำนักงาน ก.พ. ที่กำหนดอัตราเงินเดือนสูงสุดไว้ที่ 76,800 บาท หรือปีละ 921,600 บาท

เริ่มจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ธุรกิจอาหารในเครือซีพี ซึ่งมีสินทรัพย์รวมกว่า 628,090 ล้านบาท รายได้รวม 567,820 ล้านบาท กำหนดค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินให้ประธานกรรมการ เดือนละ 200,000 บาท รองประธานกรรมการเดือนละ 150,000 บาท และกรรมการเดือนละ 100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าตอบแทนพิเศษให้กรรมการทั้งคณะในอัตรา 0.5% ของเงินปันผลประจำปี โดยให้คณะกรรมการพิจารณาแบ่งจ่ายกันเอง

ในรายงานระบุว่าในปี 2561 ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ถูกดึงเข้าไปเป็นกรรมการซีพีเอฟ ได้ค่าตอบแทนรวม 8,713,900 บาท  แบ่งเป็นค่าตอบแทนกรรมการ 3,313,900 บาท และค่าตอบแทนกรรมการตรวจสอบ 5,400,000 บาท, นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 5,713,900 บาท แบ่งเป็นค่าตอบแทนกรรมการ 3,313,900 บาท ค่าตอบแทนกรรมการตรวจสอบ 2,400,000 บาท, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ น้องชายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จำนวน 3,313,900 บาท, นางวัชรี วิมุกตายน อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนเนื่องจากเพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการ

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพี ประเภทร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มี ดร.โกเมน ภัทรภิรมย์ อดีตอัยการสูงสุด และอดีตตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ ได้รับค่าตอบแทนรวม 4,418,000 บาท แบ่งเป็นค่าตอบแทนกรรมการ 240,000 บาท และโบนัส 4,178,000 บาท ,นายปรีดี บุญยัง อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมศุลกากร และอธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้รับค่าตอบแทนรวม 5,132,000 บาท แบ่งเป็น ค่าตอบแทนกรรมการ 1,200,000 บาท โบนัส 3,932,000 บาท

พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการกำกับดูแลความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลและกรรมการอิสระ ซีพี ออลล์ ได้รับค่าตอบแทนรวม 6,025,000 บาท แบ่งเป็นค่าตอบแทนกรรมการ 1,440,000 บาท โบนัส 4,585,000 บาท, นายประสพสุข บุญเดช อดีตประธานศาลอุทธรณ์ จำนวน 6,158,000 บาท แบ่งเป็น ค่าตอบแทนกรรมการ 1,440,000 บาท โบนัส 4,718,000 บาท, นายปรีดี บุญยัง กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ จำนวน 5,132,000 บาท แบ่งเป็นค่าตอบแทนกรรมการ 1,200,000 บาท โบนัส 3,932,000 บาท

ขณะที่บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพี ซึ่งมีสินทรัพย์รวม 62,065 ล้านบาท รายได้กว่า 192,930 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนกรรมการ บริษัท 15 รายในปี 2561 ทั้งสิ้น 43.62 ล้านบาท ในจำนวนนี้ได้จ่ายค่าตอบแทนกรรมการรายเดือนให้กับนายอาสา สารสิน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ถูกดึงเข้าไปเป็นประธานกรรมการ/กรรมการกำกับดูแลกิจการ เดือนละ 160,000 บาท หรือปีละ 1,920,000 บาท , ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ/ กรรมการตรวจสอบ/กรรมการอิสระ เดือนละ 130,000 บาท หรือปีละ 1,560,000 บาท

ส่วนกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีชื่อ นายเรวัต ฉํ่าเฉลิม อดีตอัยการสูงสุดเป็นกรรมการอิสระ กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ประธานกรรมการ 300,000 บาทต่อเดือน ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ 200,000 บาทต่อเดือน รองประธานกรรมการ 150,000 บาทต่อเดือน กรรมการ 100,000 บาทต่อเดือน กรรมการอิสระที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย 200,000 บาทต่อเดือน กรรมการอิสระที่เป็นประธานในคณะกรรมการชุดย่อย 300,000 บาทต่อเดือน

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2561 ทรู คอร์ปอเรชั่น จ่ายค่าตอบแทนกรรมการ 16 คน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 31,200,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นการจ่ายให้กับนายเรวัต ฉํ่าเฉลิม จำนวน 1,200,000 บาท

ทั้งหมดนี้คือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินบางส่วนที่อดีตข้าราชการระดับสูงได้รับจากเครือซีพี หนึ่งในกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้ความมั่งคั่งของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านผลการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีของนิตยสาร Forbes ยังคงทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากมูลค่าสินทรัพย์รวม 11,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3.62 แสนล้านบาทในปี 2557 เป็น 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 4.84 แสนล้านบาท ในปี 2562 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.2 แสนล้านบาท

 

ที่มา: https://www.komchadluek.net/news/hit-issue-thansettakij/368710


TOP