คนรุ่นใหม่ปลุกจิตสำนึกรักษ์ช้างผ่านโครงงาน “The Elephant Tales“

นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ปลุกจิตสำนึกคนไทยให้รักษ์ช้าง ผ่านนิทรรศการ “The Elephant Tales”

คณะนิสิตระดับบัณฑิต สาขาการจัดการการสื่อสาร (นานาชาติ) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงาน The Elephant Tales นิทรรศการศิลปะเชิง Interactive ที่สามย่านมิตรทาวน์ บริเวณชั้นจี โดย ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้สนับสนุนหลัก สามย่านมิตรทาวน์เอื้อเฟื้อสถานที่การจัดงาน และศิลปินกราฟฟิตี้มือดี มาร่วมช่วยกันเพื่อให้ทุกคนตระหนักและให้ความสำคัญกับช้างไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.สมิทธิ์ บุญชุติมา อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ เอกัตศึกษา “Individual study” หลักสูตรการจัดการการสื่อสารนานชาติ นิเทศศาสตร์จุฬา เผยถึงที่มาของโครงการนี้ ว่านิสิตจำนวน 80 คน ร่วมทำงานกลุ่มในธีมของ “Communication for responsibility” หรือ “การสื่อสารเพื่อความรับผิดชอบ” นิสิตจะเลือกหัวข้อที่ตัวเองสนใจ โดยกลุ่มนี้ ประกอบด้วย สิตมน รัตนาวะดี รัสรินทร์ เชาวน์จิรกิตติ์ และกานต์พิชชา ประโยชน์อมรกุล ได้ตั้งโจทย์สื่อสารเพื่อการตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ช้างไทยผ่านสื่อ Art Exibition ได้อย่างไร ในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งถือเอาฤกษ์วันที่ 13 มี.ค. คือ”วันช้างไทย” เป็นวันที่เผยแพร่ผลงานออกสู่สาธารณชน เพื่อตระหนักและเห็นความสำคัญของช้างไทย


สิตมน รัตนาวะดี นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เผยถึงแรงบันดาลใจที่ทำโครงการนี้ว่าเป็นคนชอบช้างมาตั้งแต่เด็ก อยากจะให้ประชาชนสนใจช้างไทยเพราะช่วงหลังคนไทยให้สนใจแพนด้ามากกว่าช้าง ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติไทยเสียอีก

“ผมเริ่มทำจริงจังเมื่อปี 2013 ตอนอยู่ม.4 ได้จัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล “Thai Elephant Charity Golf Invitational” ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเพื่อหาเงินมาให้ช้างโดยมีแขกรับเชิญคือ โปรโม-โมรียา และ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟสองพี่น้องระดับโลก กระแสตอบรับดีมาก ถัดมาอีก 2 ปี ผมใช้ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ นักกอล์ฟระดับโลกชาวไทย มาเป็นพรีเซนเตอร์ การตอบรับดียิ่งขึ้น แล้วจึงต่อยอดมาทำเรื่อง “โอบช้าง” เนื่องจากได้ไปเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของช้างที่ยากลำบาก จึงอยากจะช่วยพวกเขา ทั้งนี้ สิตมน อยากให้รัฐบาลหันมาสนใจ และแก้ปัญหาช้างอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องอาหารความเป็นอยู่ และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน เพราะช้างหนึ่งเชือกค่ารักษาอาจมากถึง 1 ล้านบาท ส่วนค่าอาหาร ราว 30,000บาท/เดือน

นอกจากนี้ผู้รับผิดชอบควรทำป้ายระวังช้างเหมือนต่างประเทศ ที่มีป้ายเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพื่อลดความเร็วเมื่อถึงเขตหรือเส้นทางที่ช้างเดินผ่าน และอยากให้ควาญช้างมีรายได้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เอาช้างมาเร่รับบริจาคตามท้องถนน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาช้างอีกทาง

ด้าน รัสรินทร์ เชาวน์จิรกิตติ์ เพื่อนร่วมโครงการ เผยว่า ส่วนตัวอยากปลุกความตื่นตัวของวัยรุ่นให้มาสนใจเรื่องช้าง ที่ถูกลืมเลือน

“ยังไม่เคยเห็นวัยรุ่นคนไหนสนใจช้างจริงจัง พอเพื่อนชวนก็ตัดสินใจทำทันที ที่ผ่านมาก็มีการตอบรับที่ดีเพราะเรามีการโปรโมตทั้งออฟไลน์และออนไลน์ช่องทางโปรโมตของ “The elephant tale” มีทั้งไอจี และ เฟซบุ๊ค เพื่อให้วัยรุ่นมาติดตาม หวังว่าโครงงานนี้จะเป็นจุดเล็กๆ ที่สร้างจิตสำนึกให้คนหันมาสนใจช้างกันมากขึ้น”

นอกจากนี้ ในงานยังมี “มาม่าบลูส์” ฟ้าวลัย ศิริสมพล ศิลปินกราฟฟิตี้สุดฮิตมาช่วย สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมช้างไทย 3 ช่วงวัย โดยใช้ 3 สีสดใส สื่อความหมาย อย่างช้างวัยเด็กใช้สีแดงสดใสแสดงถึงพลังชีวิตเยอะ ด้วยธรรมชาติที่เติบโตมาจากการกินขี้แม่ช้าง ศิลปินจึงเลือกใช้รูปทรงกลมสื่อแทนความหมาย สู่ช้างช่วงวัยรุ่นหนุ่มสาว ใช้สีฟ้าแสดงถึงพลังการทำงานที่เต็มเปี่ยม มีความสดใหม่ ในท่วงท่ายกซุง ยกขา จบที่ปลายทางช้างแก่ชราแทนด้วยสีม่วงให้ความรู้สึกหม่น ตัดด้วยสีสะท้อนแสงแสดงรายละเอียดของความแก่ชรา อย่าง หูดขึ้น ลายแตก ตกกระ งาหัก หรือกระดูกขาที่เสื่อมลง ในขนาดความสูง 160 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม ภายในงานยังมีการให้ความรู้เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาช้างไทย และช่วยเหลือช้างผ่านองค์กรการกุศลต่างๆ อีกทั้ง ยังมี มาตรการความปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19 เริ่มตั้งแต่ มาตรการวัดไข้ ก่อนเข้างาน พร้อมติดสติ๊กเกอร์ คัดกรอง บริการเจลล้างมือ ใส่ถุงมือขณะแจกเอกสาร, มีจุดมาร์คตำแหน่งยืนขณะชมผลงาน พร้อมตารางทำความสะอาดอุปกรณ์ภายในงานทุก 1 ชม.

 

ที่มา https://www.posttoday.com/social/general/617729?fbclid=IwAR3PVEURSIdVy1ZRLTWSrYAEArjsVLZpLy00UThPHXSTCce7VmHQiGo2iss


TOP